Skip to content

สอบ GED หรือ IGCSE เลือกอะไรดี ? เปรียบเทียบครบก่อนตัดสินใจ

สอบ GED หรือ IGCSE เลือกอะไรดี

สรุปสั้น:

สอบ GED หรือ IGCSE ต่างกันที่ “เป้าหมายและรูปแบบการเรียน” ไม่ใช่ “อันไหนดีกว่า” GED คือการสอบเทียบวุฒิมัธยมปลายระบบอเมริกัน สอบเพียง 4 วิชา เริ่มสอบได้เมื่ออายุครบ 16 ปี และแยกสอบทีละวิชาได้ ส่วน IGCSE คือหลักสูตรระบบอังกฤษสำหรับนักเรียนอายุประมาณ 14–16 ปี ใช้เวลาเรียนราว 2 ปี และต้องเรียนต่อ A-Level อีกอย่างน้อย 3 วิชา จึงจะใช้เทียบวุฒิ ม.6 ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยไทยผ่านระบบ TCAS ได้ นักเรียนที่ต้องการความยืดหยุ่นและเข้ามหาวิทยาลัยเร็วมักเลือก GED ส่วนนักเรียนที่ต้องการพื้นฐานวิชาการเชิงลึกและเจาะสาขาเฉพาะทางมักเลือกเส้นทาง IGCSE → A-Level

คำถามที่ผู้ปกครองถามกันมากที่สุดเมื่อเริ่มวางแผนเส้นทางอินเตอร์ให้ลูก คือควรให้ลูกสอบ GED หรือ IGCSE ดี โดยเฉพาะครอบครัวที่ลูกกำลังเรียนโรงเรียนนานาชาติหรือกำลังพิจารณาออกจากระบบโรงเรียนเดิมเพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย แม้ทั้งสองเส้นทางจะพาไปถึงมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ โครงสร้างหลักสูตร ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการเทียบวุฒิแตกต่างกันค่อนข้างมาก บทความนี้จะเปรียบเทียบให้ครบทุกมุม เพื่อให้ตัดสินใจจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากคำว่า “อันไหนง่ายกว่า”

 

GED VS IGCSE ต่างกันอย่างไร ? สรุปใน 1 ตาราง

ก่อนลงรายละเอียด นี่คือภาพรวมความแตกต่างทั้งหมดระหว่างการสอบ GED กับ IGCSE

ประเด็น

GED

IGCSE

ระบบการศึกษา

อเมริกัน (GED Testing Service, USA)

อังกฤษ (Cambridge International)

ประเภทวุฒิ

High School Equivalency (สอบเทียบวุฒิ ม.ปลาย)

International Upper Secondary Qualification (หลักสูตรรายวิชา)

จำนวนวิชา

4 วิชาหลัก (กำหนดตายตัว)

เลือกได้จากมากกว่า 70 วิชา

ช่วงอายุ

ผู้สอบต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปี

ออกแบบสำหรับอายุประมาณ 14–16 ปี

ระยะเวลา

ยืดหยุ่นตามพื้นฐานนักเรียน

โดยทั่วไปประมาณ 2 ปี

รูปแบบการเรียน

Flexible / Self-paced จัดตารางเองได้

Structured Curriculum เรียนต่อเนื่องเป็นระบบ

รูปแบบการสอบ

สอบคอมพิวเตอร์ แยกสอบทีละวิชาได้ ทราบผลทันที

สอบตามรอบ ปีละ 2 ครั้ง (มิ.ย. และ พ.ย.) รอผลประมาณ 2 เดือน

ใช้เทียบวุฒิ ม.6 ได้ทันทีหรือไม่

ได้ เมื่อสอบผ่านครบ 4 วิชา ตามเกณฑ์คะแนน

ไม่ได้ ต้องเรียนต่อและสอบ A-Level เพิ่ม

ขั้นต่อไปหลังจบ

ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยตามเกณฑ์แต่ละแห่ง

ต่อ AS / A Level หรือ IB ก่อนยื่นมหาวิทยาลัย

เหมาะกับ

นักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่ต้องการความยืดหยุ่นและเข้ามหาวิทยาลัยเร็ว

นักเรียนที่ต้องการพื้นฐานวิชาการกว้างและเจาะสาขาเฉพาะทาง

ตารางเทียบ GED และ IGCSE

GED คืออะไร และเหมาะกับนักเรียนแบบไหน

GED (General Educational Development) คือการสอบวัดความรู้และทักษะระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของสหรัฐอเมริกา หรือ High School Equivalency จัดสอบโดย GED Testing Service ผู้สอบต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปี และสามารถแยกสอบทีละวิชาได้ ไม่จำเป็นต้องสอบทั้งหมดในครั้งเดียว

จุดเด่นสำคัญของ GED คือความยืดหยุ่น นักเรียนที่มีอายุครบ 16 ปีและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถวางแผนเตรียมสอบและเลือกสอบแต่ละวิชาเมื่อพร้อมได้

โครงสร้างการสอบ GED 4 วิชา

แต่ละวิชามีคะแนนเต็ม 200 คะแนน และต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนจึงถือว่าผ่าน

วิชา

สิ่งที่ข้อสอบวัด

Reasoning Through Language Arts (RLA)

การอ่านจับใจความ วิเคราะห์ภาษา ไวยากรณ์ และการเขียน Extended Response

Mathematical Reasoning

Basic Math, Algebra, Geometry, Graphs และ Functions

Science

การอ่านและตีความข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง กราฟและตาราง

Social Studies

ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์

 

ก่อนสอบจริงทุกวิชา ผู้สอบต้องทำข้อสอบจำลอง GED Ready ให้ผ่านตามเกณฑ์ก่อน ซึ่งช่วยให้เห็นจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองก่อนลงสนามจริง

อ่านรายละเอียดแต่ละวิชาเพิ่มเติมได้ที่บทความ GED คืออะไร สอบอะไรบ้าง และหากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากวิชาไหน สามารถดูแนวทางได้ที่ วางแผนสอบ GED วิชาไหนควรสอบก่อน-หลัง

GED เหมาะกับใคร

  • นักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่ต้องการเปลี่ยนจากระบบโรงเรียนเดิม
  • นักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยเร็วขึ้น และตรวจสอบแล้วว่าคณะเป้าหมายรับวุฒิ GED
  • นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ดี (Self-directed Learning)
  • นักเรียนที่ต้องการเวลาไปทุ่มให้กีฬา ดนตรี ศิลปะ หรือกิจกรรมเสริม Portfolio
  • ผู้ที่ต้องการวุฒิเทียบเท่ามัธยมปลาย (High School Equivalency) เพื่อศึกษาต่อหรือใช้ในเส้นทางการทำงาน

ข้อควรระวังคือ การเลือก GED ควรเริ่มจากเป้าหมายมหาวิทยาลัย ไม่ใช่จากความต้องการ “เรียนให้จบเร็วที่สุด” เพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละคณะกำหนดเงื่อนไขการรับวุฒิ GED ไม่เหมือนกัน

 

IGCSE คืออะไร และเหมาะกับนักเรียนแบบไหน

Cambridge IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) คือหลักสูตรการศึกษานานาชาติระดับ Upper Secondary ออกแบบสำหรับนักเรียนอายุประมาณ 14–16 ปี ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปี โดยแต่ละวิชาจะได้รับประกาศนียบัตรแยกกัน

ความแตกต่างสำคัญจาก GED คือ IGCSE ไม่ได้มีเพียง 4 วิชาตายตัว แต่มีรายวิชาให้เลือกมากกว่า 70 วิชา นักเรียนจึงเลือกวิชาให้สอดคล้องกับสาขาที่อยากเรียนต่อได้ตั้งแต่ต้น โดยแต่ละวิชาได้รับประกาศนียบัตรแยกกัน

รายวิชาและระดับ Core / Extended

ตัวอย่างวิชาที่นักเรียนไทยเลือกบ่อย ได้แก่ English Language, English Literature, Mathematics, Additional Mathematics, Biology, Chemistry, Physics, Business, Economics, Accounting, Computer Science, Geography, History, Art & Design และภาษาต่างประเทศ

บางวิชาสามารถเลือกสอบได้ 2 ระดับ คือ Core (ระดับพื้นฐาน เกรด C–G) และ Extended (ระดับขั้นสูง เกรด A*–E) ซึ่งนักเรียนที่ตั้งเป้าเรียนต่อ A-Level ในวิชานั้นควรเลือก Extended เพราะเนื้อหาครอบคลุมและต่อยอดได้ดีกว่า

IGCSE เหมาะกับใคร

IGCSE เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนในระบบการศึกษาที่มีโครงสร้างชัดเจน และต้องการสร้างพื้นฐานทางวิชาการก่อนต่อยอดไปยัง AS Level / A Level, IB หรือหลักสูตรระดับมัธยมปลายอื่น

  • นักเรียนอายุประมาณ 14–16 ปี ที่ยังมีเวลาวางแผนระยะยาว
  • นักเรียนที่ต้องการพื้นฐานวิชาการกว้างและแข็งแรงก่อนเลือกสาขาเฉพาะทาง
  • นักเรียนที่ยังอยู่ระหว่างค้นหาว่าตัวเองถนัดวิชาใด
  • นักเรียนที่วางแผนเรียนต่อ A-Level และสมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
  • นักเรียนที่เหมาะกับระบบโรงเรียนและตารางเรียนต่อเนื่องมากกว่าการเรียนด้วยตัวเอง
  • นักเรียนที่ต้องการแสดง Academic Profile ผ่านผลสอบหลายรายวิชา

Cambridge ระบุว่า IGCSE ถูกออกแบบให้พัฒนาทั้ง Subject Knowledge, Problem Solving, Intellectual Enquiry และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ

 

ทำไมสอบ IGCSE อย่างเดียวยังใช้เทียบวุฒิ ม.6 ไม่ได้

นี่คือจุดที่ผู้ปกครองเข้าใจผิดมากที่สุด และเป็นความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างสองเส้นทาง

IGCSE เป็นหลักสูตรระดับกลาง ไม่ใช่วุฒิจบมัธยมปลาย นักเรียนที่เรียน IGCSE จบแล้วจึงยังยื่นเข้ามหาวิทยาลัยไทยไม่ได้ ต้องเรียนต่อและสอบ A-Level เพิ่มก่อน ในขณะที่ GED เมื่อสอบผ่านครบ 4 วิชาตามเกณฑ์ ก็ใช้เทียบวุฒิได้ทันที

เกณฑ์เทียบวุฒิ ม.6 ตามประกาศ ทปอ. (ระบบ TCAS)

ระบบการศึกษา

เกณฑ์เทียบวุฒิเท่ากับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

ระบบอังกฤษ

มีผลสอบ GCE A-Level อย่างน้อย 3 วิชา เกรด A*–E (หรือ LRN International A Levels 3 วิชา เกรด A*–E หรือ Cambridge Pre-U 3 วิชา เกรด M1 หรือ D1–D3)

ระบบอเมริกา / แคนาดา

ผู้ที่สอบ GED ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ต้องมีผลสอบ 4 รายวิชา โดยแต่ละวิชาได้คะแนนอย่างน้อย 145 คะแนน

 

อ้างอิง: ประกาศสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1 เรื่องเกณฑ์การเทียบวุฒิการศึกษาเท่ากับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสำหรับผู้ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ (ฉบับปรับปรุง 25 ตุลาคม 2567) 

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ข้างต้นเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำในการเทียบวุฒิเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์การคัดเลือก มหาวิทยาลัยและคณะแต่ละแห่งสามารถกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมได้เอง เช่น จำนวนวิชา IGCSE ที่ต้องมี คะแนนขั้นต่ำในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง หรือคะแนนสอบมาตรฐานอื่น ๆ นักเรียนจึงควรตรวจสอบประกาศรับสมัครของคณะเป้าหมายโดยตรงทุกครั้ง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรต่อยอดได้ที่บทความ A-Level คืออะไร นักเรียนอินเตอร์ต้องรู้ และภาพรวมของทุกระบบที่ ระบบสอบเทียบ ม.6 สายอินเตอร์มีวิธีไหนบ้าง

 

เปรียบเทียบรายวิชาสอบ GED VS IGCSE VS AS/A Level

กลุ่มวิชา

GED

IGCSE

AS / A Level

ภาษาอังกฤษ

Reasoning Through Language Arts

English Language, English Literature

English Language, English Literature

คณิตศาสตร์

Mathematical Reasoning

Mathematics, Additional Mathematics

Mathematics, Further Mathematics

วิทยาศาสตร์

Science 

(รวมในวิชาเดียว)

Biology, Chemistry, Physics

Biology, Chemistry, Physics

สังคมศาสตร์

Social Studies

Economics, Business, Geography, History

Economics, Business, Geography, History, Law

คอมพิวเตอร์

ไม่มีวิชาแยก

Computer Science / ICT

Computer Science

ศิลปะและภาษา

ไม่มีวิชาแยก

Art & Design, ภาษาต่างประเทศหลายภาษา

Art & Design, Media Studies, Languages

จำนวนวิชาที่เลือกได้

4 วิชา

กว่า 70 วิชา

กว่า 50 วิชา

เปรียบเทียบรายวิชาสอบ GED VS IGCSE VS AS/A Level

 

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและระยะเวลา สอบ GED VS IGCSE

เมื่อคิดเป็นภาพรวมทั้งเส้นทางจนถึงวันที่ยื่นมหาวิทยาลัยได้ ความต่างจะชัดเจนกว่าการเทียบค่าสอบต่อวิชา

รายการ

เส้นทาง GED

เส้นทาง IGCSE → A-Level

จำนวนวิชาที่ต้องสอบ

4 วิชา

IGCSE ตามที่โรงเรียน/คณะกำหนด + A-Level อย่างน้อย 3 วิชา

ค่าสอบต่อวิชา* (โดยประมาณ)

85 USD ต่อวิชา

(ประมาณ 3,000–4,000 บาทต่อวิชา)

IGCSE ประมาณ 5,000–8,000 บาท / A-Level ประมาณ 6,000–9,000 บาท

ค่าสอบจำลอง

GED Ready 7.99 USD ต่อวิชา

(ประมาณ 300–500 บาทต่อวิชา)

—

ค่าสอบรวมทั้งเส้นทาง (โดยประมาณ)

ประมาณ 12,000–16,000 บาท

ประมาณ 43,000–67,000 บาท

รอบสอบ

จัดสอบเกือบทุกวัน เลือกวันเองได้ และเลื่อนได้ในระบบ

ปีละ 2 รอบ (มิ.ย. และ พ.ย.) เมื่อเลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้

การทราบผล

ทราบผลทันทีหลังสอบเสร็จ

ประมาณเดือนสิงหาคมและมกราคม

ระยะเวลารวมโดยประมาณ

ประมาณ 2–12 เดือน ขึ้นกับพื้นฐานนักเรียน

ประมาณ 3–4 ปี (IGCSE 2 ปี + AS/A Level 2 ปี)

 

*ค่าสอบเป็นตัวเลขโดยประมาณและเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราแลกเปลี่ยนและประกาศของผู้จัดสอบ ตรวจสอบอัตราล่าสุดได้ที่ ged.com และ cambridgeinternational.org หรือดูการเปรียบเทียบค่าสอบทั้งหมดได้ที่ เทียบค่าสอบวิชาต่าง ๆ เพื่อใช้เข้ามหาลัยฯ อินเตอร์ (ยังไม่รวมค่าเรียนและค่าเตรียมตัว)

 

วางแผน Timeline ให้ทันรอบสมัครมหาวิทยาลัย

Timeline เส้นทางการสอบ GED

Timeline เส้นทางการสอบ GED

  1. ประเมินพื้นฐาน — วัดระดับ Math, English Reading และ Writing รวมถึงพื้นฐาน Science และ Social Studies เพื่อดูช่องว่างที่ต้องปิด
  2. วางลำดับวิชา — เลือกว่าจะเริ่มจากวิชาที่ถนัดเพื่อสร้างจังหวะ หรือเริ่มจากวิชาที่ต้องใช้เวลาเตรียมนานที่สุด
  3. เตรียมสอบทีละวิชา ตามแผนที่วางไว้
  4. สอบ GED Ready ให้ผ่าน 145 คะแนนในวิชานั้น เพื่อเปิดสิทธิ์จองสอบสนามจริง
  5. สอบสนามจริง แล้วทยอยเก็บให้ครบ 4 วิชา
  6. ยื่นขอใบรับรองเทียบวุฒิและใบเทียบ GPAX เพื่อใช้ลงทะเบียนระบบ TCAS

ขั้นตอนที่ 6 คือจุดที่หลายคนวางแผนพลาด เพราะการออกเอกสารต้องใช้เวลาดำเนินการ ควรเผื่อเวลาก่อนวันปิดรับสมัครรอบที่ต้องการเสมอ

Timeline เส้นทางการสอบ IGCSE สู่ AS และ A Level

Timeline เส้นทางการสอบ IGCSE สู่ AS และ A Level

  1. ช่วงอายุประมาณ 14-16 ปี — เรียน IGCSE ประมาณ 2 ปี สร้างพื้นฐาน English, Mathematics, Sciences และ Humanities พร้อมเริ่มมองว่าจะเรียนต่อสาขาใด
  2. ประมาณ Year 12 — เรียน AS Level ลดจำนวนวิชาลงและเรียนลึกขึ้น
  3. ประมาณ Year 12-13 — เรียนและสอบ A Level ให้ครบอย่างน้อย 3 วิชาตามเกณฑ์เทียบวุฒิ
  4. ยื่นขอเทียบวุฒิและเตรียมเอกสารสมัครมหาวิทยาลัย

เนื่องจากรอบสอบมีเพียงปีละ 2 ครั้งและผลออกประมาณเดือนสิงหาคมกับมกราคม การเลือกรอบสอบจึงต้องสัมพันธ์กับกำหนดการรับสมัครของมหาวิทยาลัยโดยตรง พลาดหนึ่งรอบหมายถึงรออีกประมาณครึ่งปี

 

สอบ GED หรือ IGCSE อันไหนยากกว่า

คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว เพราะทั้งสองระบบวัดความสามารถคนละแบบ

GED เน้นทักษะการให้เหตุผล การอ่านจับใจความ การตีความข้อมูลและกราฟ ใน 4 วิชาหลัก ความยากอยู่ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอย่างคล่องแคล่วภายในเวลาจำกัด และต้องมีวินัยในการบริหารเวลาด้วยตัวเอง

ส่วน IGCSE ต้องเรียนเนื้อหาเป็นรายวิชา บริหารหลายวิชาพร้อมกัน และสอบรวบยอดตามรอบที่กำหนด ความยากอยู่ที่ปริมาณเนื้อหาและความต่อเนื่องระยะยาว ก่อนจะเรียนลึกขึ้นอีกในระดับ A-Level

สรุปได้ว่า นักเรียนที่แข็งด้านการอ่าน วิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตัวเองมักรู้สึกว่า GED เหมาะกว่า ส่วนนักเรียนที่ชอบระบบโรงเรียน เรียนเป็นขั้นตอน และมีความถนัดเฉพาะด้าน เช่น Physics, Chemistry หรือ Economics มักเหมาะกับเส้นทาง IGCSE → A-Level มากกว่า

 

GED และ IGCSE ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งคู่ไหม

ได้ทั้งคู่ แต่เงื่อนไขและจังหวะเวลาไม่เหมือนกัน

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

วุฒิ GED ที่สอบผ่านครบ 4 วิชาตามเกณฑ์ สามารถใช้เทียบวุฒิ ม.6 เพื่อยื่นสมัครหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรไทยผ่านระบบ TCAS ได้ ส่วนเส้นทางระบบอังกฤษต้องมีผล A-Level ครบตามเกณฑ์ก่อน จึงจะยื่นได้

อย่างไรก็ตาม หลายคณะกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมนอกเหนือจากวุฒิ เช่น คะแนน SAT, ACT, IELTS, TOEFL, CU-AAT, CU-ATS หรือข้อสอบเฉพาะของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคณะสายแพทย์และวิศวกรรมศาสตร์ที่มักต้องการผลสอบรายวิชาเชิงลึก

ดูว่าคณะและมหาวิทยาลัยใดในไทยรับวุฒิ GED ได้บ้างที่บทความ เส้นทางการศึกษาหลังสอบเทียบ GED เข้าคณะไหนได้บ้าง

มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรและยุโรปจำนวนมากพิจารณาจากผล A-Level เป็นหลัก และมักดูผล IGCSE ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของ Academic Profile ส่วนวุฒิ GED ได้รับการยอมรับกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา แต่บางมหาวิทยาลัยอาจขอผลสอบมาตรฐานเพิ่มเติม

สำหรับนักเรียนที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ควรตรวจสอบ Admission Requirements ของมหาวิทยาลัยเป้าหมายโดยตรง และวางรอบสอบให้สัมพันธ์กับกำหนดปิดรับสมัคร เพราะ Cambridge ประกาศผลสอบประมาณเดือนสิงหาคมและมกราคมเท่านั้น

 

เช็กลิสต์ 5 ข้อ ก่อนเลือกสอบ GED หรือ IGCSE

ก่อนตัดสินใจ ลองตอบ 5 คำถามนี้ตามลำดับ จะเห็นคำตอบชัดขึ้นมาก

  1. เป้าหมายคือมหาวิทยาลัยและคณะอะไร ? ตรวจสอบก่อนว่าคณะนั้นรับวุฒิใดบ้าง และต้องมีผลสอบอื่นประกอบหรือไม่
  2. ตอนนี้ลูกอายุเท่าไร ? อายุ 14–15 ปี ยังมีเวลาเดินเส้นทาง IGCSE ได้ ส่วนอายุ 16 ปีขึ้นไปเริ่มสอบ GED ได้ทันที
  3. ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยภายในกี่ปี ? ถ้าต้องการยื่นภายใน 1 ปี เส้นทาง IGCSE → A-Level แทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงเวลา
  4. ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ดีแค่ไหน ? GED ต้องการวินัยและการบริหารเวลาสูง ส่วน IGCSE มีโครงสร้างและตารางเรียนรองรับ
  5. งบประมาณและเวลาที่ครอบครัวรับได้อยู่ระดับไหน ? ทั้งค่าสอบรวมและระยะเวลาของสองเส้นทางต่างกันหลายเท่า

ไม่มีหลักสูตรไหนดีกว่าสำหรับนักเรียนทุกคน สิ่งสำคัญคือเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมาย ความถนัด รูปแบบการเรียน และ Timeline ของนักเรียนแต่ละคน

 

วางแผนเส้นทาง GED หรือ IGCSE กับ House of Griffin

การเลือกระหว่างการสอบ GED หรือ IGCSE ไม่ควรดูเฉพาะระยะเวลาหรือค่าใช้จ่าย แต่ควรวางแผนย้อนกลับจากเป้าหมาย คือ มหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการ เกณฑ์รับสมัครของคณะนั้น วุฒิและรายวิชาที่ต้องมี ผลสอบมาตรฐานที่ต้องเตรียม พื้นฐานปัจจุบันของนักเรียน

House of Griffin เป็นสถาบันแรกในประเทศไทยและเอเชียที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น Authorized GED Test Prep Provider จาก GED Testing Service, USA โดยมีทีมครูและหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก GED Specialist, USA พร้อมประสบการณ์สอน GED กว่า 15 ปี และมีนักเรียนสอบผ่านแล้วกว่า 5,000+ คน

นอกจากคอร์ส GED แล้ว House of Griffin ยังเปิดสอนคอร์ส IGCSE และ A-Level รวมถึงคอร์สเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ครบทุกรายวิชา หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเส้นทางไหน ทีมแนะแนววิชาการของ House of Griffin พร้อมให้คำปรึกษาวางแผนการเรียนและวาง Timeline การสอบให้สอดคล้องกับเป้าหมายมหาวิทยาลัยของนักเรียนแต่ละคน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ GED หรือ IGCSE

Q1: สอบ GED หรือ IGCSE อันไหนเร็วกว่า ?

A: GED เร็วกว่าอย่างชัดเจน เพราะสอบเพียง 4 วิชา แยกสอบได้ตามความพร้อม และจัดสอบเกือบทุกวัน โดยทั่วไปใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 2–12 เดือน ขณะที่เส้นทาง IGCSE → A-Level ใช้เวลารวมประมาณ 3–4 ปี

 

Q2: สอบ IGCSE อย่างเดียวยื่นเข้ามหาวิทยาลัยไทยได้ไหม ?

A: ไม่ได้ ตามประกาศ ทปอ. ระบบอังกฤษต้องมีผลสอบ GCE A-Level อย่างน้อย 3 วิชา เกรด A*–E จึงจะเทียบวุฒิเท่ากับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้ IGCSE จึงเป็นขั้นพื้นฐานก่อนต่อยอดไป A-Level

 

Q3: สอบ GED ต้องได้คะแนนเท่าไรถึงจะเทียบวุฒิ ม.6 ได้ ?

A: สำหรับผู้ที่สอบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ต้องมีผลสอบครบ 4 รายวิชา โดยแต่ละวิชาได้คะแนนอย่างน้อย 145 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน

 

Q4: อายุ 15 ปี สอบ GED ได้ไหม ?

A: ยังไม่ได้ ผู้สอบ GED ต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปี นักเรียนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถใช้ช่วงเวลานี้ปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ หรือพิจารณาเส้นทาง IGCSE แทน

 

Q5: เรียน IGCSE อยู่แล้ว เปลี่ยนมาสอบ GED ได้ไหม ?

A: ได้ หากอายุครบ 16 ปีและตรวจสอบแล้วว่าคณะเป้าหมายรับวุฒิ GED แต่ควรประเมินก่อนว่าผล IGCSE ที่มีอยู่จะยังเป็นประโยชน์ต่อการสมัครหรือไม่ โดยเฉพาะหากวางแผนสมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

 

Q6: สอบ GED ไม่ผ่าน สอบใหม่ได้เลยไหม ?

A: สอบใหม่ได้ แต่หากสอบวิชาเดิมไม่ผ่านครบ 3 ครั้ง จะต้องรออย่างน้อย 60 วันก่อนสมัครสอบวิชานั้นใหม่ จึงควรเตรียมตัวและทำ GED Ready ให้ผ่านก่อนทุกครั้ง

 

Q7: สอบ GED หรือ IGCSE ต้องมีคะแนน IELTS ด้วยไหม ?

A: ตัววุฒิเองไม่ได้บังคับ แต่หลักสูตรนานาชาติในไทยและมหาวิทยาลัยต่างประเทศส่วนใหญ่กำหนดคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL เป็นเงื่อนไขการรับสมัครแยกต่างหาก

Share this article