Skip to content

สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี แบบไหนเหมาะกับใคร ?

สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี
สรุปสั้น: สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี ? สอบแบบไหนที่เหมาะกับเรา ?
การสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 4 วิธีหลัก ได้แก่
  • กศน. (การศึกษานอกระบบ) : การสอบเทียบตามระบบการศึกษาแบบไทย เหมาะกับคนที่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
  • ปวช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) : สอบเทียบตามระบบไทยสำหรับผู้ที่เรียนสายอาชีพกับสถาบันอาชีวศึกษา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนควบคู่กับการทำงานในสายอาชีพที่สนใจและอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
  • GED (General Educational Development) : การสอบเทียบในระบบอเมริกัน เหมาะกับคนที่เรียน Homeschool หรืออยากเรียนจบไว และสนใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยทั้งในหลักสูตรไทยและอินเตอร์ รวมทั้งสามารถเอาวุฒิไปยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาบางแห่งได้
  • IGCSE (A-Level) : การสอบเทียบในระบบอังกฤษ ในเบื้องต้นจะต้องเรียนและสอบ IGCSE ให้ผ่านก่อน แล้วลงเรียนและสอบ A-Level ต่อจึงจะสามารถนำใบ Transcript ไปยื่นขอเทียบวุฒิได้ เหมาะกับคนที่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทยทั้งหลักสูตรไทยและอินเตอร์ รวมถึงยังสามารถเอาวุฒิไปยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษได้

สำหรับใครกำลังมองหาเส้นทางลัดหรือทางเลือกในการคว้าวุฒิระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง วันนี้พี่กริฟฟินจะพาไปเจาะลึกว่าการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยและการเรียนเพื่อรับวุฒิเทียบเท่า มีกี่รูปแบบ เพื่อให้น้อง ๆ นำข้อมูลไปพิจารณาเลือกเส้นทางที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุดกัน

 

การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยคืออะไร ?

การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยคือ การเรียนหรือการสอบวัดระดับความรู้ในระบบอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากการเรียนในโรงเรียนระบบสามัญ (ม.4 – ม.6) โดยวุฒิการศึกษาจะต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ และ ทปอ. (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) ว่าเป็นวุฒิการศึกษาที่สามารถใช้เพื่อยื่นขอใบรับรองวุฒิการศึกษาในระดับเทียบเท่ากับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถนำไปใช้ยื่นสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ โดยจะมีทั้งการขอรับรองวุฒิการศึกษาของประเทศไทยและต่างประเทศ

ปัจจุบัน ทปอ. ได้ออกประกาศรับรองเกณฑ์การเทียบวุฒิการศึกษาในระบบต่างประเทศไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถยื่นวุฒิการศึกษาระบบต่างประเทศเพื่อเทียบวุฒิได้ทั้งในระบบอังกฤษ (IGCSE/A-Level), สหรัฐอเมริกา/แคนาดา (GED), นิวซีแลนด์ (NCEA), ออสเตรเลีย (SSCE), ระบบ IB และ BTEC

อ่านประกาศตัวเต็ม คลิก

 

สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี ?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น พี่กริฟฟินขอแบ่งการสอบเทียบออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ กลุ่มวุฒิการศึกษาของไทย และกลุ่มวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ดังนี้

กลุ่มวุฒิการศึกษาของไทย

สำหรับการสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวุฒิการศึกษาในระบบอื่น ๆ นอกเหนือไปจากสายการเรียนสามัญในภาคไทยมี 2 รูปแบบ ดังนี้

  • กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)

เป็นระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทั้งผู้ที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย, อายุ, การเงิน และด้านอื่น ๆ ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสามารถเรียนได้ครบตามที่หลักสูตรกำหนด โดยเนื้อหาจะคล้ายกับการเรียนในสายสามัญ มีตั้งแต่หลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีเวลาและรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นหลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนออนไลน์ผ่าน EDU Online โดยผู้เรียนจำเป็นที่จะต้องลงเรียนเก็บหน่วยกิตให้ครบถ้วนและสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับวุฒิกศน. ตามระดับการศึกษาที่เลือกเรียน หากต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็จะต้องสอบให้ได้วุฒิ กศน. ในระดับมัธยมปลาย จึงจะสามารถนำเอาวุฒิไปยื่นสมัครเรียนต่อได้

  • ปวช. (หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ)

เป็นการศึกษานอกระบบโรงเรียนสามัญที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่เรียนจบม.3 ได้ค้นหาตัวเองผ่านการเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาในสายอาชีพที่ตนเองสนใจผ่านการเรียนและฝึกประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน เมื่อเรียนจบระดับ ปวช.3 ก็จะได้วุฒิการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพซึ่งเทียบเท่ากับ ม.6 ในโรงเรียนสามัญ

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการเรียนต่อ ปวส. เพื่อต่อยอดการเรียนในสายอาชีพเดิมในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่อจบ ปวส. และต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็สามารถนำเอาวุฒิ ปวส. ไปยื่นสมัครเรียนได้ โดยที่บางมหาวิทยาลัยก็อนุญาตให้โอนย้ายหน่วยกิต ปวส. มาเทียบกับหน่วยกิตในระดับปริญญาตรีเพื่อประหยัดเวลาในการเรียน 

กลุ่มวุฒิการศึกษาต่างประเทศ (ภาคอินเตอร์)

ในส่วนของการสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวุฒิการศึกษาในระบบต่างประเทศ หรือการเรียนในภาคอินเตอร์ก็มีตัวเลือกหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมและใช้ยื่นสมัครได้หลายมหาวิทยาลัย ได้แก่ GED และ IGCSE

  • GED (General Educational Development)

GED คือ การสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอเมริกัน (US High School Equivalency Diploma) ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีการสอบเพียงแค่ 4 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (RLA – Reasoning Through Language Arts), คณิตศาสตร์ (Mathematical Reasoning), วิทยาศาสตร์ (Science) และสังคมศึกษา (Social Studies) 

เมื่อสอบครบทั้ง 4 รายวิชาและได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับวุฒิ GED ทันที ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยก็ให้การยอมรับว่าวุฒิ GED นั้นมีระดับที่เทียบเท่ากับวุฒิมัธยมปลายในระบบปกติและสามารถยื่นขอเทียบวุฒิเพื่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งยังสามารถสมัครสอบและยื่นเทียบวุฒิได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำให้การสอบ GED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการนำเอาเวลานอกห้องเรียนไปค้นหาตัวเองหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ

หมายเหตุ : ผู้เข้าสอบที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องแนบเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองควบคู่ไปกับการสมัครสอบ

  • IGCSE (A-Level)

IGCSE คือ ระบบการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของประเทศอังกฤษที่เปิดสอนในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยหลายแห่ง โดยผู้เรียนสามารถเลือกรายวิชาการเรียนเองได้อย่างอิสระจากตัวเลือกวิชาทั้งหมดกว่า 70 รายวิชา จาก 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (English Language and Literature), คณิตศาสตร์ (Mathematics), วิทยาศาสตร์ (Science), มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities & Social Science), ภาษา (Language) และทักษะวิชาชีพ (Creative, Technical and Vocational) โดยแบ่งการเรียนออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 

    • ช่วงที่ 1 : ระดับ IGCSE (เทียบเท่า ม.4) ผู้เรียนจะต้องทำการเลือกเรียนและสอบให้ผ่าน ขั้นต่ำ 5 รายวิชา จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การเรียนในระดับนี้
    • ช่วงที่ 2 : ระดับ AS-Level (เทียบเท่า ม.5) เป็นการเลือกเรียนรายวิชาที่เจาะลึกขึ้น โดยผู้เรียนจะต้องลงเรียนและสอบให้ผ่านขั้นต่ำ 3 รายวิชา
    • ช่วงที่ 3 : ระดับ A-Level (เทียบเท่า ม.6) เป็นระดับสูงสุดของมัธยมปลาย โดยจะต้องลงเรียนและสอบต่อเนื่องให้ผ่านขั้นต่ำ 3 รายวิชาเช่นเดียวกัน

เมื่อน้อง ๆ ลงเรียนและสอบผ่านครบตามเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง 3 ช่วงแล้ว ก็จะได้รับวุฒิ A-Level ซึ่งสามารถนำไปยื่นขอเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) เพื่อสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเป้าหมายได้เลย

นอกจากนี้ ความพิเศษของการสอบเทียบระบบนี้คือ บางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใช้คะแนน AS/A-Level ยื่นแทนคะแนนสอบความถนัดเฉพาะทาง (เช่น วิชาคณิตศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์) ได้อีกด้วย

 

ตารางสรุปการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย

รูปแบบการเทียบวุฒิระบบการศึกษาสถานที่เรียน / รูปแบบการศึกษารายละเอียดวิชาที่เรียนและสอบการนำไปใช้ยื่นมหาวิทยาลัย
กศน.ระบบไทยเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่าน EDU Onlineเนื้อหาคล้ายกับการเรียนการสอนในระบบสายสามัญปกติหลักสูตรไทย
ปวช.สถาบันอาชีวศึกษาเน้นการลงมือปฏิบัติจริงในสายอาชีพที่เลือกเรียน
GED

ระบบอินเตอร์

(สหรัฐอเมริกา)

เรียนรู้ด้วยตัวเอง (Homeschool) หรือเรียนกับสถาบันกวดวิชา

สอบเพียง 4 วิชา ได้แก่:

• Math

• Science

• Social Studies

• Reasoning Through Language Arts (RLA)

หลักสูตรไท /อินเตอร์

และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
(สหรัฐอเมริกา)

IGCSE (A-Level)

ระบบอินเตอร์

(อังกฤษ)

โรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษ หรือเรียนกับสถาบันกวดวิชา

เลือกเรียนได้อย่างอิสระจาก กว่า 70 รายวิชา ใน 6 กลุ่ม ได้แก่:

• English Language and Literature

• Mathematics

• Science

• Humanities & Social Science

• Language

• Creative, Technical and Vocational

หลักสูตรไทย/อินเตอร์ และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
(อังกฤษและทั่วโลก)

 

การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยแบบไหนเหมาะกับใคร ?

จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นว่าการสอบเทียบแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นที่ต่างกันออกไปให้น้อง ๆ ได้พิจารณาและเลือกวิธีการสอบเทียบที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่พี่กริฟฟินก็ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

  • กศน. : เหมาะกับคนที่มีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถลงเรียนตามระบบปกติได้และอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
  • ปวช. : เหมาะกับคนที่มีความสนใจในสายอาชีพแบบชัดเจน อยากเรียนควบคู่กับการทำงาน และต่อยอดการเรียนมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
  • GED : เหมาะกับคนที่เรียน Homeschool หรือคนที่อยากรีบเรียนจบและได้วุฒิเร็ว เพื่อเอาเวลาไปค้นหาตัวเองนอกห้องเรียนและต่อยอดการเรียนในหลักสูตรไทยหรืออินเตอร์ รวมทั้งยังยื่นสมัครเรียนต่อต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา)
  • IGCSE (A-Level) : เหมาะกับทั้งคนที่ต้องการจัดตารางและรายวิชาการเรียนด้วยตัวเอง ได้เลือกเรียนในสิ่งที่ชื่นชอบและต่อยอดการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทยหรืออินเตอร์ และเลือกเรียนต่อต่างประเทศ (อังกฤษ)

 

อยากสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยควรเริ่มอย่างไร ?

หากยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก็ขอแนะนำให้น้อง ๆ ลองตั้งเป้าหมายในการเรียน ว่าเราอยากเข้าคณะอะไร มหาวิทยาลัยไหน โดยอาจเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่าชอบ/ไม่ชอบเรียนในวิชาไหน หรือทำเกรดในวิชาไหนได้ดีและอยากจะประกอบอาชีพอะไรในอนาคต จากนั้นให้เข้าไปศึกษาเกณฑ์การรับสมัครของคณะนั้น ๆ ว่ายอมรับวุฒิแบบไหนบ้าง 

โดยส่วนใหญ่แล้ววุฒิ GED และ IGCSE (A-Level) จะสามารถใช้ยื่นเรียนในหลักสูตรไทยและอินเตอร์ได้เกือบทุกหลักสูตร (ยกเว้นบางคณะที่มีการระบุชัดเจน) ซึ่งถ้าน้องคนไหนสนใจอยากสอบเทียบ GED หรือ IGCSE (A-Level) แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี สามารถทักมาปรึกษากับพี่กริฟฟินเพื่อขอรับคำแนะนำในการวางแผนการเรียนและติวสอบ ไปจนถึงการรับวุฒิและยื่นเทียบวุฒิเพื่อเรียนต่อได้เลย

Share this article