Skip to content

แนะนำ 5 วิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 ตั้งแต่ครั้งแรกฉบับคนเวลาน้อย

5 วิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 ตั้งแต่ครั้งแรก

สรุปสั้น 5 วิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7

  1. ฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน
  2. จำคำศัพท์เป็นคู่ ๆ เพื่อขยายคลังศัพท์ให้กว้างขึ้นแบบประหยัดเวลา
  3. สร้าง Template สำหรับการเขียนตอบและยึดตามโครงสร้างเดิม
  4. ทำความเข้าใจโจทย์ให้ชัดเจน
  5. ฝึกทำข้อสอบ Mock Test เฉพาะจุดที่พลาดบ่อย ๆ

หรือสำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถอ่านสอบได้ทันเวลาก็แนะนำให้ลงคอร์สติว IELTS หลักสูตรเร่งรัดกับผู้เชี่ยวชาญ

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยและรู้จักกับข้อสอบ IELTS ที่เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษมาอยู่ก่อนแล้ว และถ้าใครกำลังเตรียมตัวสอบก็น่าจะทราบดีว่าการสอบ IELTS นั้นมีระดับความยากและซับซ้อนมากกว่าข้อสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่น ๆ ดังนั้นหากใครที่มีเวลาเตรียมตัวสอบน้อย การอ่านทบทวนทุกพาร์ตอย่างละเอียดอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร วันนี้พี่กริฟฟินเลยนำวิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวสอบน้อยมาฝากกัน

ติว IELTS สำหรับคนเวลาน้อย ต้องโฟกัสอะไรบ้าง

ข้อสอบ IELTS นั้นจะวัดความสามารถทางการใช้งานภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านอย่างครบถ้วน จึงควรที่จะโฟกัสการพัฒนาทักษะทั้ง 4 รูปแบบ แต่สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวสอบน้อย พี่กริฟฟินก็ขอแนะนำให้ดูแนวข้อสอบและฝึกทำโจทย์ IELTS ปีก่อน ๆ เนื่องจากตัวข้อสอบในบางทักษะ เช่น ข้อสอบ Writing และ Speaking จะเป็นข้อสอบที่มีรูปแบบคล้ายกัน ดังนั้นหากฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ ก็จะสามารถจับทางได้และเตรียมตัวสอบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 

รู้จักข้อสอบ IELTS ก่อนเริ่มติว

ต่อเนื่องจากด้านบนที่บอกว่าข้อสอบ IELTS จะมี Pattern ที่คล้ายกัน พี่กริฟฟินจึงอยากจะแบ่งประเภทการอ่านและฝึกทำข้อสอบ IELTS ออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ IELTS Listening & Reading และ IELTS Writing & Speaking ดังนี้

 

IELTS Listening & Reading

ข้อสอบ IELTS ในพาร์ตของ Listening และ Reading เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบและเติมคำหลากหลายรูปแบบ ที่ผู้สอบจะต้องเลือกคำตอบข้อที่ถูกต้องที่สุด เป็นการวัดทักษะทางด้านการรับสาร (Receptive Skills) ที่ผู้สอบจะต้องบริหารเวลาให้ดี จุดสำคัญของข้อสอบ Listening และ Reading คือ การอ่านโจทย์เพื่อจับ Keyword สำคัญก่อนเริ่มทำข้อสอบ 

  • IELTS Listening : จะให้ฟังบทสนทนาพูดคุยโต้ตอบกันในสำเนียงที่แตกต่างกัน โดยข้อสอบจะเปิดไฟล์เสียงให้ฟังเพียงครั้งเดียวไม่มีวนซ้ำ จึงต้องตั้งสติและตั้งใจฟังให้มาก แนะนำให้อ่านโจทย์ล่วงหน้าและขีดเส้นหรือไฮไลต์ข้อความที่คิดว่าน่าจะเป็น Keyword สำคัญเอาไว้ก่อนที่ไฟล์เสียงจะเริ่มเล่น เพื่อที่จะได้โฟกัสได้อย่างถูกจุด
  • IELTS Reading : จะมีลักษณะเป็น Passage ที่บางข้ออาจยาวกว่า 1 หน้ากระดาษ จึงควรที่จะอ่านคำถามและขีดเส้นใต้หรือไฮไลต์ Keyword สำคัญของคำถามเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มอ่าน Passage แบบ Skim & Scan คือ ไม่จำเป็นต้องอ่านข้อมูลทั้งหมด แต่กวาดตาหา Keyword สำคัญที่จะโยงไปสู่คำตอบของคำถามได้

 

IELTS Writing & Speaking

ข้อสอบ IELTS ในพาร์ตของ Writing และ Speaking จะเป็นข้อสอบที่วัดทักษะในด้านการสร้างสาร (Productive Skills) ไม่มีตัวเลือกคำตอบให้เดาสุ่ม และมีเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน โดยที่หลัก ๆ แล้วจะเน้นที่ความถูกต้องของ Grammar และความหลากหลายของคำศัพท์ที่เลือกใช้ในการเขียน/พูดตอบ รวมถึงความครบถ้วนของเนื้อหาและความเชื่อมโยงของโครงสร้าง

IELTS Writing จะมีข้อสอบทั้งหมด 2 ข้อ ได้แก่ 

  • Task 1 เขียนอธิบายข้อมูลกราฟหรือแผนภาพที่ระบุให้ กำหนดจำนวนคำขั้นต่ำที่ 150 คำ 
  • Task 2 เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นต่อหัวข้อที่โจทย์ระบุ และกำหนดจำนวนคำขั้นต่ำที่ 250 คำ โดยควรเน้นไปที่การเขียนตอบให้ชัดเจนและตรงประเด็นอย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

IELTS Speaking จะมีข้อสอบทั้งหมด 3 พาร์ต ได้แก่

  • Part 1 (Interview) : เป็นการสอบพูดคุยโต้ตอบกับกรรมการคุมสอบ มักให้แนะนำตัวและพูดคุยเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น การเรียน งานอดิเรก ครอบครัว
  • Part 2 (Cue Card) : จะมีบัตรคำ (Cue Card) กำหนดหัวข้อมาให้ โดยมีเวลาเตรียมตัว 1 นาที และต้องพูดคนเดียวต่อเนื่อง 1-2 นาที
  • Part 3 (Discussion) : เป็นการพูดคุยเชิงลึกและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่ต่อเนื่องมาจาก Part 2

โดยน้อง ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องสำเนียงการพูดแต่อย่างใด เพียงแค่ออกเสียงคำต่าง ๆ อย่างชัดเจนและคล่องแคล่วก็มีโอกาสทำคะแนนได้ดี

 

แนะนำ 5 วิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 สำหรับคนเวลาน้อย

หลังจากรู้จักกับข้อสอบ IELTS คร่าว ๆ กันไปแล้ว ก็มาดู 5 วิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 ฉบับคนเวลาน้อยให้ลองนำเอาไปปรับใช้ในการวางแผนเตรียมสอบ IELTS ได้แบบมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีลุ้นที่จะทำคะแนนได้สูง

1. ฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน

วิธีนี้ดูเหมือนจะซับซ้อนและทำตามได้ยาก แต่จริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในวิธีการเตรียมสอบ IELTS ที่เบาสมองที่สุด คือ การติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษ เช่น BBC, Reuters, CNBC, NPR หรือข่าวจากสำนักข่าวท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค เช่น ออสเตรเลีย, อินเดีย, สเปน และประเทศอื่น ๆ ที่มีสำเนียงการพูดที่หลากหลาย เพราะผู้ประกาศข่าวส่วนมากจะมีการพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำและฟังง่าย รวมทั้งได้ฝึกการฟังภาษาอังกฤษในสำเนียงต่าง ๆ ไปในตัว โดยแนะนำให้ทำการเปิด Subtitle เวลาดูข่าวประกอบไปด้วย เพื่อที่จะตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งที่รับฟังอีกครั้งว่าเข้าใจถูกหรือไม่ รวมทั้งสามารถลองออกเสียงพูดตามไปได้ในคราวเดียวกัน จากนั้นเขียนสรุปข่าวที่ได้ฟังแบบสั้น ๆ แต่กระชับและตรงประเด็น

2. จำคำศัพท์เป็นคู่ ๆ เพื่อขยายคลังศัพท์ให้กว้างขึ้นแบบประหยัดเวลา

เวลาท่องจำคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้จำศัพท์แบบเป็นคู่ โดยอาจเลือกคำเป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกัน (Antonyms) หรือคำที่มีความหมายคล้ายกัน (Synonyms) เพื่อที่จะได้ขยายคลังศัพท์ของเราให้มากขึ้นในเวลารวดเร็ว โดยนำเอาคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่ต้องการท่องจำไปเชื่อมโยงกับคำศัพท์พื้นฐานที่ทราบความหมายดีอยู่แล้ว เช่น หากต้องการจำศัพท์คำว่า “Splendid”​ ที่มีความหมายว่า “ยอดเยี่ยม” ก็อาจจดเอาไว้ว่าเป็นคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกับ “Excellent” ที่พบเห็นได้บ่อยกว่า เพื่อให้จดจำได้ง่ายขึ้น

3. สร้าง Template สำหรับการเขียนตอบและยึดตามโครงสร้างเดิม

น้อง ๆ หลายคนมักติดปัญหาในตอนทำข้อสอบ IELTS พาร์ต Writing ว่า “ไม่รู้จะเขียนอะไร” หรือ “ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี” และเสียเวลากับการร่างคำตอบก่อนการเขียนจริงจนอาจทำให้เวลาในการทำข้อสอบไม่พอ วิธีแก้คือลองสร้าง Template การเขียนของเราเองเอาไว้ในหัวว่าในช่วงบทนำ (Introduction) จะเริ่มต้นยังไง เลือกใช้ Tense ไหนในการเล่าเรื่องเป็นหลักในช่วงเนื้อหา (Body) แต่ละจุดควรใช้คำเชื่อมแบบไหนให้อ่านง่ายและดูเป็นประโยคแบบ Complex Sentence ที่ดูน่าสนใจ และเขียนสรุป (Conclusion) แบบชัดเจนและตรงประเด็น ควรสร้าง Template โครงสร้างการเขียนแยกกันระหว่าง Task 1 (เน้นคำศัพท์เปรียบเทียบข้อมูล/ตัวเลข) และ Task 2 (เน้นโครงสร้าง Essay : Intro, Body, Conclusion ให้ชัดเจน) 

4. ทำความเข้าใจโจทย์ให้ชัดเจน

สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวจำกัด สิ่งที่สำคัญกว่าการตะลุยทำโจทย์หลาย ๆ ชุด คือการวิเคราะห์และทำความเข้าใจคำสั่งให้แตกฉาน เพราะข้อสอบ IELTS มักมีหลุมพรางและมี Pattern การออกข้อสอบที่ตายตัว เช่น

  • พาร์ต Reading : แทนที่จะก้มหน้าก้มตาอ่านบทความยาว ๆ ให้เริ่มจากการอ่านคำถามก่อนเสมอ เพื่อวิเคราะห์ว่าโจทย์ต้องการข้อมูลประเภทไหน (ชื่อคน, ตัวเลข, สถานที่ หรือ Main Idea) แล้วค่อยใช้เทคนิค Skim & Scan กวาดตาหาคีย์เวิร์ดเหล่านั้นในบทความ
  • พาร์ต Writing Task 2 : ต้องอ่านคำสั่งให้ขาดว่าโจทย์ต้องการอะไร เช่น สั่งให้วิเคราะห์ทั้งสองมุมมอง (Discuss both views) หรือให้แสดงจุดยืนของเรา (Agree or Disagree) หากเราตอบไม่ครบทุกประเด็นที่โจทย์ถาม ต่อให้ใช้แกรมม่าหรือคำศัพท์หรูแค่ไหน คะแนนในส่วน Task Achievement ก็จะถูกหักทันที

5. ฝึกทำข้อสอบ Mock Test เฉพาะจุดที่พลาดบ่อย ๆ

การฝึกทำข้อสอบ Mock Test ก่อนไปสอบจริงจะช่วยให้น้อง ๆ คุ้นเคยกับข้อสอบและสามารถบริหารเวลาในการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่มีเวลาการอ่านสอบแบบจำกัด การทำข้อสอบทั้งชุดอาจไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก ถ้าเวลาเหลือน้อยจริง ๆ ให้ลองวิเคราะห์ดูว่าโจทย์ประเภทไหนที่ได้คะแนนต่ำที่สุด และทดลองฝึกทำโจทย์แบบเจาะลึกเฉพาะส่วนที่ตอบผิดบ่อย ๆ เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของเรา ส่วนใครที่ไม่คล่องด้านการพูดก็แนะนำให้ลองฝึกพูดแบบคู่สนทนา โดยอาจไหว้วานให้เพื่อนช่วยเหลือหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฝึกพูดคุยโต้ตอบกับ AI มาเป็นตัวช่วย

 

วางแผนสมัครสอบ IELTS ยังไงให้ไม่กดดัน

ถ้าใครรู้สึกว่าการเตรียมสอบแบบอัดแน่นเนื้อหาทางวิชาการในปริมาณมาก ๆ นั้นทำให้เครียดหรือกดดันมากจนเกินไป พี่กริฟฟินก็อยากแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนเนื้อหาการติวสอบ เช่น เปลี่ยนจากการดูคลิปข่าวสารที่มีเนื้อหาหนักไปเป็นการดูวาไรตี้โชว์ หรือดูซีรีส์และหนังที่ชื่นชอบแทน นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้ด้วยการอ่านนิยาย/ การ์ตูน หรือเลือกฟัง Audio Book และ Podcast ในหัวข้อที่ชื่นชอบได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม การฝึกภาษาในลักษณะนี้อาจไม่เหมาะกับการสอบ IELTS แบบ Academic ที่เน้นคำศัพท์ทางวิชาการมากเท่าไรนัก เพราะเนื้อหา Content ที่เลือกอ่าน/ดูอาจไม่ได้มีการสอดแทรกคำศัพท์ทางวิชาการมากนัก แต่ก็มีประโยชน์ด้านการฝึกทักษะด้านการฟังและการจับใจความ รวมไปถึงเสริมทักษะด้านการอ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการอ่าน Passage ยาว ๆ ในข้อสอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง ในส่วนนี้อาจเพิ่มการท่องศัพท์ทางวิชาการเสริมเข้ามาด้วย

 

ติว IELTS ให้ถึง Band 7+ แม้มีเวลาน้อยที่ House of Griffin

อีกหนึ่งในวิธีสอบ IELTS ให้ได้ 7 ตามที่คาดหวังเอาไว้สำหรับคนที่มีเวลาจำกัดก็ได้แก่การ ติว IELTS กับผู้เชี่ยวชาญนั่นเอง ซึ่งที่ House of Griffin ก็มีคอร์สติวสอบ IELTS แบบการันตีผลคะแนนขั้นต่ำที่ 6.0 ขึ้นไปกับหลักสูตรติวเข้มเก็บครบทุกทักษะพร้อมตะลุยโจทย์ Mock Test แบบเน้น ๆ 90 ชั่วโมงเต็ม พร้อมมีพี่ทีมวิชาการคอยประเมินผลระหว่างการเรียนแบบรายบุคคล ดังนั้นน้องคนไหนที่อยากได้คะแนน IELTS 7.0 ก็สามารถแจ้งกับพี่ ๆ ทีมงานให้ปรับคอร์สการเรียนให้เข้มข้นมากขึ้นได้เลย หรือใครที่มีเวลาจำกัดมากจริง ๆ และอยากได้คอร์สติวเข้มเจาะลึก ก็สามารถเลือกลง Private Course แบบติวตัวต่อตัวหรือติวสอบพร้อมกับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ ได้

Share this article