Skip to content

ส่อง 5 อาชีพ AI มาแรงและเงินเดือนเริ่มต้น ต้องเข้าคณะไหน เตรียมตัวยังไงบ้าง

แนะนำอาชีพ AI มาแรง

สรุปสั้น: ส่อง 5 อาชีพ AI มาแรง เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไร ?

  • AI Engineer /Machine Learning Engineer (วิศวกร AI/ วิศวกรปัญญาประดิษฐ์) เงินเดือนเริ่มต้น 35,000 บาท
  • Data Scientist (นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล) เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท
  • AI Researcher (นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์) เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 35,000 บาท
  • AI Security Analyst (ผู้วิเคราะห์ความปลอดภัย AI) เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท
  • AI Product Manager เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า AI นั้นเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเราในเกือบทุกด้านทั้งการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันและการทำงาน ตั้งแต่การใช้งาน AI เพื่อช่วยในการแต่งรูป ไปจนถึงการใช้ AI เพื่อช่วยในการคิดคำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งถ้าน้อง ๆ คนไหนอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีสุดล้ำ หรือมีส่วนช่วยในการพัฒนา AI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย พี่กริฟฟินก็ขอแนะนำ 5 อาชีพ AI สุดฮอตและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลก พร้อมสรุปเงินเดือนเริ่มต้นและการวางแผนการเรียนเพื่อไปสู่อาชีพในฝัน

 

ทำไมอาชีพ AI ถึงเป็นที่ต้องการของตลาด

AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ กำลังเข้ามามีบทบาทในแทบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การเงิน การศึกษา การตลาด ไปจนถึงการผลิตและโลจิสติกส์ ทำให้องค์กรจำนวนมากต้องการบุคลากรที่สามารถพัฒนา ดูแล หรือประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ส่งผลให้อาชีพที่เกี่ยวข้องกับ AI มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทักษะด้านนี้สามารถเลือกทำงานได้หลากหลายสายอาชีพมากขึ้น

ปัจจุบันสามารถแบ่งอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ สายอาชีพด้านการสร้าง พัฒนา และควบคุม AI และสายการประยุกต์ใช้งาน AI ซึ่งก็จะมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

 

สายการสร้าง พัฒนา และควบคุม

เน้นการสร้างสรรค์และพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ของ AI ทำหน้าที่ในการค้นคว้าพัฒนาอัลกอริทึม AI รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตการทำงานของ AI ให้แม่นยำและกว้างมากขึ้น, ฝึกฝนโมเดลการเรียนรู้ (Machine Learning) ของ AI, ดูแลเรื่องการป้อนข้อมูลให้กับ AI และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมไปถึงทดสอบระบบการทำงานของ AI และพัฒนาปรับปรุงให้มีความถูกต้องแม่นยำ นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานอีกด้วย

 

สายการประยุกต์ใช้งาน

เน้นการนำเอา AI มาช่วยเหลือในการทำงานและสามารถประยุกต์ใช้งาน AI ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ใช้ช่วยเหลือในการคำนวณข้อมูลจำนวนมาก, ใช้หาเซลล์มะเร็ง, ใช้ในการคาดคะเนแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต, ใช้ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วิดีโอ หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาชีพในสายนี้จะแฝงอยู่ในอาชีพที่มีอยู่เดิม แต่หากเป็นผู้ที่สามารถนำเอาเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในการทำงานได้ก็จะกลายเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานขึ้นมาในทันที

 

ส่อง 5 อาชีพ AI ที่น่าสนใจ พร้อมเงินเดือนเริ่มต้น

หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพ AI ไปแล้ว พี่กริฟฟินก็จะมาแนะนำ 5 อาชีพที่น่าจับตามองในอนาคตพร้อมเงินเดือนเริ่มต้นแบบคร่าว ๆ กัน 

 

1. AI Engineer /Machine Learning Engineer (วิศวกร AI/ วิศวกรปัญญาประดิษฐ์)

อาชีพยอดนิยมที่เป็นเป้าหมายของหลาย ๆ คน คือ เป็นผู้สร้างสรรค์ระบบ AI นั่นเอง และผู้ที่ทำหน้าที่นี้ก็ได้แก่ วิศวกร AI หรือวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ออกแบบสร้างสรรค์ พัฒนาอัลกอริทึมลงในระบบและฝึก Machine Learning ให้ AI สามารถประมวลผลเองได้ เช่น ระบบการแนะนำสินค้าที่คาดว่าผู้ซื้อน่าจะสนใจบนแอปพลิเคชัน, ระบบคัดแยกใบหน้าเพื่อการเทียบหาตัวคนร้าย เป็นต้น โดยจะต้องอาศัยทักษะทั้งการคิดวิเคราะห์แบบวิศวกร ควบคู่ไปกับการ coding เชิงลึก

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 35,000 บาทขึ้นไป

 

2. Data Scientist (นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล)

อีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจไม่แพ้วิศวกรก็คือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ที่จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล (Data) มาวิเคราะห์ในเชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อค้นหารูปแบบ แนวโน้ม และสร้างโมเดลที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กร เช่น การลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น, การวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงต้องมีความรู้ทั้งด้าน coding, คณิตศาสตร์และสถิติ ควบคู่ไปกับความเข้าใจธุรกิจ

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป

 

3. AI Researcher (นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์)

AI Researcher มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเทคโนโลยี AI รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโมเดล Machine Learning, Deep Learning, Natural Language Processing (NLP) หรือ Computer Vision รวมถึงการทดลองและประเมินผลอัลกอริทึมก่อนนำไปใช้งานจริง อาชีพนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านคณิตศาสตร์ การเขียนโปรแกรม และการทำวิจัย

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 35,000-50,000 บาทขึ้นไป

 

4. AI Security Analyst (ผู้วิเคราะห์ความปลอดภัย AI)

ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ที่มีความรู้ด้าน AI เพื่อป้องกันภัยคุกคาม ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ AI และรับมือการโจมตีที่ใช้ AI ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งผู้พัฒนาอย่างวิศวกร AI, เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงผู้ใช้งานทั่วไป เพราะความปลอดภัยและโปร่งใสของข้อมูลนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การมีผู้ช่วยเหลือในการพัฒนาระบบและตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ และหากเพิ่มทักษะด้านการประยุกต์ใช้ AI เข้ามาเสริมก็ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานนั่นเอง

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป

 

5. AI Product Manager

ผู้วางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AI เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ตั้งแต่ขั้นตอนการคิดค้นไปจนถึงการนำไปใช้งานจริงและปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นผู้กำหนดโจทย์ให้ Data Scientist และ AI Engineer รวมถึงเป็นผู้ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการงานให้ออกมาเสร็จสมบูรณ์ภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนด

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาทขึ้นไป

 

ทั้งนี้ ข้อมูลเงินเดือนที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการวิเคราะห์รายได้ของอาชีพด้าน AI อย่างละเอียด อ้างอิงข้อมูลเงินเดือนจาก JobsDB ในสายงานใกล้เคียงกันเท่านั้น รวมถึงอาชีพที่ระบุข้างต้นยังไม่รวมอาชีพสายการประยุกต์ใช้งาน AI ซึ่งแฝงอยู่ในทุก ๆ สายงานอาชีพ แต่หากเพิ่มทักษะด้านการพัฒนาหรือใช้งาน AI เข้าไปเสริมก็จะช่วยดึงความน่าสนใจของ Resume และเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่ระบุเอาไว้ได้อย่างแน่นอน

 

อยากทำงาน AI ต้องเรียนคณะอะไร เตรียมตัวตั้งแต่มัธยมยังไง

ถ้าใครสนใจอยากทำงาน AI ในอนาคตและยังไม่รู้ว่าจะต้องเลือกเรียนคณะอะไร สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน AI ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่หลักสูตรในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์/ IT เป็นหลัก ดังนี้

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering), วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ (Robotics & AI) หรือ สาขาวิศวกรรมข้อมูล (Data Engineering) ตัวอย่างคณะที่น่าสนใจ ได้แก่ ISE CU ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, TEPE-TEP ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, MUIC ของมหาวิทยาลัยมหิดล และวิศวะอินเตอร์ 3 พระจอม
  • วิทยาศาสตร์/ IT (เทคโนโลยีสารสนเทศ) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science), สาขาวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) หรือ สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์
  • Business Analytics / Business Intelligence หลักสูตรที่ผสมผสานความรู้ด้านธุรกิจ การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ และการใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล วางกลยุทธ์ และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทำงานสาย Data Analytics, Business Analyst หรือ AI Product Manager

นอกจากการเลือกคณะและสาขาวิชาให้ตรงกับสายงาน AI ที่สนใจแล้ว น้อง ๆ ควรวางแผนการสอบตั้งแต่ช่วงมัธยมด้วย เพราะหลักสูตรนานาชาติหลายแห่งมักกำหนดให้ยื่นผลสอบมาตรฐานเพิ่มเติม เช่น GED, IELTS, SAT หรือ CU-ATS โดยเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยอาจแตกต่างกัน ดังนั้นควรตรวจสอบประกาศรับสมัครล่าสุดของสถาบันที่สนใจควบคู่ไปด้วย

หลักสูตรผลสอบที่มักใช้
วิศวกรรมศาสตร์ (Inter)GED/A-Level, IELTS, SAT หรือ CU-ATS*
Computer Science (Inter)GED/A-Level, IELTS, SAT*
Data ScienceGED/A-Level, IELTS, SAT*
Business AnalyticsGED/A-Level, IELTS, SAT หรือ CU-ATS*

*เกณฑ์คะแนนและผลสอบที่ใช้แตกต่างกันตามมหาวิทยาลัยและประกาศรับสมัครในแต่ละปี

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาทางสายวิทย์แต่อยากที่จะทำงานสาย AI แบบประยุกต์ก็สามารถเลือกเรียนคณะใดก็ได้ที่สนใจ และเสริมทักษะด้านการใช้งาน AI เข้าไปเพิ่ม โดยเลือกลงเรียนในรายวิชาเลือกหรือวิชาเสรีของทางมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเกี่ยวกับ AI หรือลงคอร์สเรียนเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้เลย

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนวิศวะ AI ที่นี่

 

วิธีเตรียมตัวสู่อาชีพ AI ตั้งแต่มัธยม

สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในใจชัดเจนแล้วว่าอยากจะทำงาน AI ในอนาคต ก็สามารถเลือกเรียนตามอาชีพที่สนใจได้เลย โดยพี่กริฟฟินขอแนะนำให้เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่มัธยม เพื่อที่จะได้วางแผนการเรียนต่อและทำงานในอนาคตได้อย่างไม่สะดุด โดยแนะนำให้ upskill เสริม ดังนี้

 

ภาษาอังกฤษ

เนื่องจากข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ AI ทั้งในเรื่องของเอกสารคู่มือ, งานวิจัย และระบบ AI ส่วนใหญ่มักเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นถ้าใครมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีก็จะช่วยให้ศึกษาหาข้อมูลและใช้งานเครื่องมือ AI ได้ง่ายและ update มากกว่าผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ จึงควรพัฒนาภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

คณิตศาสตร์และสถิติ

นอกจากความรู้ด้านภาษาอังกฤษแล้ว ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องสถิติ, ความน่าจะเป็นและแคลคูลัสก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะเป็นทักษะความรู้ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาระบบ Machine Learning และอัลกอริทึมของ AI นั่นเอง ซึ่งรายวิชาคณิตศาสตร์ในระดับม.ปลายนั้นก็มีการเรียนการสอนในหัวข้อนี้อยู่แล้ว แต่หากเสริมความรู้ด้านนี้เพิ่มก็จะช่วยให้สามารถทำความเข้าใจหลักการทำงานของโมเดลการคิดคำนวณ AI ได้ง่ายขึ้น

 

coding

ถ้าใครอยากเรียนในสายวิศวะก็ควรที่จะเพิ่มเติมความรู้ด้านการ coding หรือทักษะด้านการเขียนโปรแกรมพื้นฐานเพิ่มเติมเข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้ แม้ว่าจะสามารถเริ่มเรียนในช่วงขึ้นมหาวิทยาลัยได้ แต่หากมีพื้นฐานความรู้เบื้องต้นตั้งแต่ตอนมัธยมก็จะช่วยให้การเรียนมหาวิทยาลัยง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว

 

Analytical Thinking

ฝึกทักษะด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน มองปัญหาในภาพกว้างและเจาะลึกหาทางแก้ไขปัญหาทีละขั้น ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการศึกษาเกี่ยวกับระบบการทำงานของ AI รวมไปถึงช่วยในการ coding ได้ง่ายและสะดวกขึ้น

 

ฝึกใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับการใช้งานเครื่องมือ AI กันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครวางแผนจะทำงาน AI ในอนาคต นอกจากการใช้งาน AI เพื่อช่วยในการหาคำตอบของสิ่งที่สนใจแล้ว ควรลองใช้ AI ในเชิงลึกด้วยการศึกษาโครงสร้างคำสั่งและการ Prompt อย่างมีหลักการ

 

เตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพ AI เริ่มต้นได้ที่ House of Griffin

หากน้อง ๆ สนใจทำงานด้าน AI ในอนาคต การเตรียมตัวตั้งแต่ระดับมัธยมจะช่วยให้วางแผนการเรียนต่อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาภาษาอังกฤษ เตรียมสอบ IGCSE, A-Level, SAT หรือวางแผนเข้าหลักสูตรอินเตอร์ด้านวิศวกรรม วิทยาการคอมพิวเตอร์ และ Data Science การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เลือกเส้นทางได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น ที่ House of Griffin เราพร้อมช่วยวางแผนการเรียนและเตรียมความพร้อมด้านวิชาการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้น้อง ๆ ก้าวสู่คณะในฝันและต่อยอดสู่สายอาชีพด้าน AI ได้อย่างมั่นใจ

Share this article