
| สรุปสั้น: อยากเรียนวิศวะ AI อินเตอร์ มีที่ไหนบ้าง หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติที่มีการเรียนด้าน AI อย่างชัดเจนในประเทศไทย ปัจจุบันมีตัวเลือกที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ISE CU, AIEE (BU x KMITL) และ AIEP ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
- วิศวะ AI คืออะไร
- คณะวิศวะ AI อินเตอร์ในไทยมีที่ไหนบ้าง
- ตารางสรุปเกณฑ์คะแนนที่ใช้สมัครวิศวะ AI อินเตอร์แต่ละสถาบัน
- เรียนวิศวะ AI อินเตอร์จบมาทำงานอะไร เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่
- อยากเป็นวิศวะด้าน AI ต้องมีทักษะอะไรบ้างตั้งแต่วัยมัธยม
- เตรียมความพร้อมสู่อาชีพแห่งอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้ไปกับ House of Griffin
มาแรงสุด ๆ กับเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็จะต้องพบเจออยู่เสมอ ซึ่งหากใครอยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา AI แล้วนั้น อีกหนึ่งสาขาการเรียนที่น่าสนใจก็ได้แก่ “วิศวะ AI” หรือ AI Engineer ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำ แถมยังเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ และในวันนี้พี่กริฟฟินก็จะมาแนะนำ 3 หลักสูตรให้ผู้ที่อยากเรียนวิศวะ AI อินเตอร์ได้พิจารณากัน
วิศวะ AI คืออะไร
วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Engineering: AI Engineering) คือ สาขาหนึ่งของวิศวกรรมศาสตร์ที่มีการผสมผสานองค์ความรู้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science), วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering), Big Data และคณิตศาสตร์สถิติ (Mathematical Statistics) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ศาสตร์นี้จะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และประยุกต์ใช้ระบบ Machine Learning และอัลกอริทึมที่สามารถคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตัวเองคล้ายคลึงกับมนุษย์
คณะวิศวะ AI อินเตอร์ในไทยมีที่ไหนบ้าง
ถ้าไม่รู้ว่าจะเรียนวิศวะ AI อินเตอร์ที่ไหนดี พี่กริฟฟินก็ขอแนะนำ 3 หลักสูตรดัง ได้แก่ ISE (CU), AIEE (BUxKMITL) และ AIEP (KU) พร้อมเกณฑ์การรับสมัครและคะแนนขั้นต่ำที่จำเป็นต้องใช้ในการยื่นสมัครเรียนของแต่ละที่มาฝากกัน
ISE CU (Robotics and Artificial Intelligence Engineering)
เริ่มต้นที่หลักสูตรยอดนิยมอันดับหนึ่งของสายนี้ ได้แก่ วิศวะอินเตอร์ จุฬาฯ หรือ ISE CU ซึ่งมีการเปิดสอนในสาขา Robotics and Artificial Intelligence Engineering หรือหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ด้วย เป็นหนึ่งในหลักสูตรวิศวะอินเตอร์ที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนไทยและนักเรียนนานาชาติ และมีอัตราการเข้าเรียนสูงเป็นอันดับต้น ๆ จึงเป็นหนึ่งหลักสูตรที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง
เรียนเกี่ยวกับอะไร
สาขา Robotics and Artificial Intelligence Engineering จะเน้นการเรียนการสอนแบบประยุกต์และบูรณาการความรู้ทั้งด้านวิศวกรรมเครื่องกล, วิศวกรรมไฟฟ้า, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิศวกรรม Mechatronics รวมไปถึงความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและ AI เข้าด้วยกัน นิสิตจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม, การออกแบบ ผลิต ซ่อมบำรุงและปรับปรุงเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์, การพัฒนาระบบ Mechatronics, การเขียนโปรแกรม และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างครอบคลุม
เกณฑ์การรับสมัครนิสิต
คุณสมบัติทั่วไป
- กำลังเรียนหรือจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือมีวุฒิการศึกษาระดับนานาชาติ เช่น วุฒิ GED, IGCSE, IB Diploma หรือวุฒิอื่น ๆ ที่เทียบเท่ากับวุฒิมัธยมปลาย
- คะแนนผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
- TOEFL (IBT) ≥ 80, IELTS ≥ 6.0, CU-TEP ≥ 80 หรือ Duolingo (DET) ≥ 105
- คะแนนความถนัดทางคณิตศาสตร์
- SAT (Math) ≥ 620, CU-AAT (Math) ≥ 480, A Level (Mathematics) ≥ B (Predicted Grade ≥ A), IB (Mathematics) HL ≥ 6, ACT (Math) ≥ 26, AP Calculus (AB or BC) ≥ 4
- คะแนนความถนัดทางวิทยาศาสตร์
- CU-ATS ≥ 800, A Level (Physics and Chemistry) ≥ B (Predicted Grade ≥ A), IB (Physics and Chemistry) HL ≥ 6, ACT (Science) ≥ 24 AP Chemistry and AP Physics (1 or C) ≥ 4
อ่านรายละเอียดหลักสูตร คลิก
AIEE – AI Engineering and Entrepreneurship (BU x KMITL)
หลักสูตรบูรณาการความร่วมมือของ 2 มหาวิทยาลัยดัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BU – Bangkok University) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL – King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang) ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดแรงงานแห่งศตวรรษที่ 21 โดยการเรียนการสอนใน 2 ปีแรกจะเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอีก 2 ปีถัดมาจะเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
เรียนเกี่ยวกับอะไร
ผสมผสานความรู้ด้าน STEMEC หรือ Science, Technology, Engineering, and Mathematics with Entrepreneurial spirit and Creativity เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นักศึกษาจะได้รับความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์, คณิตศาสตร์ รวมทั้งความรู้ด้านการเป็นเจ้าของกิจการและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยม แม้จะไม่ใช่หลักสูตรที่เน้น Robotics และ AI โดยตรง แต่มีการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน AI วิศวกรรมศาสตร์ และการเป็นผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน โดยมีตัวเลือกการเรียนถึง 3 สาย ได้แก่
- Food and Biotechnology Industry (อุตสาหกรรมอาหารและไบโอเทคโนโลยี)
- Digital and IoT Industry (อุตสาหกรรมดิจิทัลและ IoT)
- Electric Vehicle and Logistics Industry (รถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมการขนส่ง)
โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ไปฝึกงานหรือเรียนแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยที่เป็น Partner ได้ในระยะเวลา 2-6 เดือนเพื่อให้พร้อมต่อการต่อยอดทำธุรกิจของตัวเองหรือเข้าสู่ตลาดแรงงาน
เกณฑ์การรับสมัครนักศึกษา
คุณสมบัติทั่วไป
กำลังเรียนหรือจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือมีวุฒิการศึกษาระดับนานาชาติ เช่น วุฒิ GED, IGCSE, IB Diploma หรือวุฒิอื่น ๆ ที่เทียบเท่ากับวุฒิมัธยมปลาย โดยมีผลการเรียนอยู่ในระดับดังนี้
- GPA ≥ 75% (3.00 ขึ้นไป)
- ACT ≥ 19
- IB Diploma ≥ 29
- SAT/ GSAT รวม ≥ 1020
- คะแนนผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)
- TOEFL (PBT) ≥ 550, TOEFL (CBT) ≥ 213, TOEFL (IBT) ≥ 79 IELTS ≥ 6.0, Cambridge English Exams FCE or CAE or CPE ≥ 170, IB – English A1 or A2 ≥ 4, IB – English B (HL) ≥ 5, CU-TEP ≥ 90, Pearson PTE ≥ 55, Duolingo (DET) ≥ 110
อ่านรายละเอียดหลักสูตร คลิก
AI-Integrated Engineering Program (Kasetsart University – IUP)
โครงการวิศวกรรมบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AIEP – AI-Integrated Engineering Program) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหลักสูตรพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนปริญญาตรี+โทจบรวดเดียวในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ 5 ปี (4+1) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตได้รับความรู้ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ด้านที่สนใจอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการศึกษาเกี่ยวกับ AI อย่างลึกซึ้ง
เรียนเกี่ยวกับอะไร
นิสิตสามารถเลือกเรียนปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ในสาขาที่สนใจได้ถึง 8 สาขา ดังนี้
- วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Environmental Engineering)
- วิศวกรรมอุตสาหการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Industrial Engineering)
- วิศวกรรมวัสดุบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Materials Engineering)
- วิศวกรรมเครื่องกลบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Mechanical Engineering)
- วิศวกรรมเคมีบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ ธุรกิจ และความยั่งยืน (Chemical Engineering integrated with AI, Business, and Sustainability: IChE)
- วิศวกรรมโยธาบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Civil Engineering)
- วิศวกรรมไฟฟ้าบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Electrical Engineering)
- วิศวกรรมทรัพยากรน้ำบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Water Resources Engineering)
หลังจากเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีในระยะเวลา 4 ปีแล้ว ในปีที่ 5 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการเรียนก็จะได้เรียนต่อในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (Master of Engineering in AI-Integrated Engineering)
เกณฑ์การรับสมัครนิสิต
ในเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำหนดให้ใช้เกณฑ์การรับสมัครนิสิตของ IUP (International Undergraduate Program) ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหลัก หากมีคะแนนผ่านเกณฑ์ยื่นสมัครเรียน IUP ก็สามารถยื่นสมัครเรียนในโครงการ AIEP ได้เลย โดยมีเกณฑ์ดังนี้
- กำลังเรียนหรือจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมี GPAX ≥ 2.50
- หรือมีวุฒิการศึกษาระดับนานาชาติ เช่น วุฒิ GED ≥ 145 หรือวุฒิอื่น ๆ ที่เทียบเท่ากับวุฒิมัธยมปลาย
- ผลคะแนนสอบ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
- SAT ≥ รวม 1,000 (โดยมีคะแนน SAT Math ≥ 600)
- คะแนนผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
- TOEFL (IBT) ≥ 61, IELTS ≥ 5.5, Duolingo ≥ 95
- ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมรายวิชาภาษาอังกฤษ, เคมี, ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ≥ 2.50
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตร AIEP เพิ่มเติม คลิก
ตารางสรุปเกณฑ์คะแนนที่ใช้สมัครวิศวะ AI อินเตอร์แต่ละสถาบัน
| ISE CU | AIEE (BU x KMITL) | AIEP (IUP KU) | |
| คะแนนผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ | TOEFL (IBT) ≥ 80 IELTS ≥ 6.0 CU-TEP ≥ 80 Duolingo (DET) ≥ 105 | TOEFL (PBT) ≥ 550 TOEFL (CBT) ≥ 213 TOEFL (IBT) ≥ 79 IELTS ≥ 6.0 Cambridge English Exams FCE or CAE or CPE ≥ 170 IB – English A1 or A2 ≥ 4 IB – English B (HL) ≥ 5 CU-TEP ≥ 90 Pearson PTE ≥ 55 Duolingo (DET) ≥ 110 | TOEFL (IBT) ≥ 61 IELTS ≥ 5.5 Duolingo ≥ 95 |
| ผลคะแนนอื่น ๆ | คะแนนความถนัดทางคณิตศาสตร์ SAT (Math) ≥ 620 CU-AAT (Math) ≥ 480 A Level (Mathematics) ≥ B (Predicted Grade ≥ A) IB (Mathematics) HL ≥ 6 ACT (Math) ≥ 26 AP Calculus (AB or BC) ≥ 4 คะแนนความถนัดทางวิทยาศาสตร์ CU-ATS ≥ 800 A Level (Physics and Chemistry) ≥ B (Predicted Grade ≥ A) IB (Physics and Chemistry) HL ≥ 6 ACT (Science) ≥ 24 AP Chemistry and AP Physics (1 or C) ≥ 4 | SAT/ GSAT รวม ≥ 1020 | SAT ≥ รวม 1,000 (โดยมีคะแนน SAT Math ≥ 600) ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมรายวิชาภาษาอังกฤษ, เคมี, ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ≥ 2.50 |
หมายเหตุ: สามารถใช้คะแนนสอบประเภทอื่นทดแทนได้ตามประกาศรับสมัครของแต่ละปี
เรียนวิศวะ AI อินเตอร์จบมาทำงานอะไร เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่
แน่นอนว่าเมื่อเรียนจบสายวิศวะ AI อาชีพยอดฮิตที่หลาย ๆ คนเลือกจะเดินต่อก็คงหนีไม่พ้น “วิศวกร” อย่างแน่นอน และอาชีพ “วิศวกร AI (AI Engineer)” ในประเทศไทยนั้น สามารถต่อยอดสู่อาชีพเฉพาะทางด้าน AI ได้โดยตรง เช่น AI Engineer, Machine Learning Engineer, Data Scientist หรือ Data Engineer รวมถึงสายวิศวกรรมอื่น ๆ ที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้
เมื่อเสริมด้วยความรู้ด้าน AI เข้าไปด้วยก็จะทำให้ Profile ของน้อง ๆ ดูโดดเด่นในสายตานายจ้างและเพิ่มโอกาสการได้เงินและเรียกเงินเดือนที่สูงมากกว่าสายวิศวกรรมปกติที่มีเงินเดือนเริ่มต้นค่อนข้างสูงอยู่แล้วได้อีก โดยพี่กริฟฟินขอยกตัวอย่างอาชีพพร้อมเงินเดือนคร่าว ๆ ตามข้อมูลอ้างอิงจากประกาศรับสมัครงานในสายวิศวกรรมและเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยเงินเดือนจริงอาจแตกต่างกันตามประสบการณ์ ทักษะ และองค์กรจาก JobsDB ดังนี้
- วิศวกรเครื่องกล เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 30,000 – 43,000 บาท
- วิศวกรข้อมูล เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ราว 42,000 – 75,000 บาท
- วิศวกรคอมพิวเตอร์ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 35,000 – 51,000 บาท
- วิศวกรอุตสาหการ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 29,000 – 50,000 บาท
- วิศวกรโครงการ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 31,000 – 55,000 บาท
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ยกมานั้นเป็นข้อมูลเงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นทั่วไปเท่านั้น สำหรับน้อง ๆ ที่เรียนวิศวะ AI อินเตอร์ที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษดี และบางคนอาจมีโอกาสได้ฝึกงานหรือเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศก็ถือว่ามีเครดิตดีและมีลู่ทางในการต่อยอดการทำงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อยากเป็นวิศวะด้าน AI ต้องมีทักษะอะไรบ้างตั้งแต่วัยมัธยม
ถ้าใครรู้สึกว่า AI Engineer เป็นตัวเลือกที่ใช่และตั้งเป้าอยากจะเรียนต่อในหลักสูตรนี้แล้ว หากเรียนในระบบไทยก็ควรที่จะเลือกเรียนในสายวิทย์-คณิต หรือถ้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติที่สามารถเลือกวิชาเรียนเองได้ก็ควรเน้นวิชาด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์และเสริมความรู้และทักษะดังต่อไปนี้เพิ่มเติม
- Coding (ทักษะด้านการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน)
เนื่องจากหลักสูตรทางด้านวิศวะ AI จะต้องมีความรู้ในเรื่องของการเขียนโปรแกรมร่วมด้วย และไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะมีการเรียนการสอนในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง จึงควรหาความรู้ในส่วนนี้เพิ่มเติม โดยอาจเริ่มจากภาษา Python ซึ่งเป็นภาษากลางระดับสากลในการพัฒนา AI จากนั้นลองเขียนคำสั่งควบคุมพื้นฐานและการจัดการข้อมูลเบื้องต้น
- Mathematics & Statistics (คณิตศาสตร์และสถิติ)
แม้ว่าในหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องสถิติมาบ้างแล้ว แต่ถ้าใครอยากต่อยอดการเรียนในสาย AI แบบจริงจังก็ควรที่จะศึกษาหาความรู้ด้านสถิติ, ความน่าจะเป็นและแคลคูลัสในเชิงลึกมากขึ้น
- Analytical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์)
ฝึกฝนทักษะการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Algorithmic Thinking) และกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) ฝึกมองปัญหาเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกัน แตกปัญหาออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วหาทางแก้ไขปัญหาทีละขั้น
โดยพี่กริฟฟินขอแนะนำว่านอกจากการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว น้อง ๆ ควรที่จะเลือกลงคอร์สระยะสั้นที่มีการแจกประกาศนียบัตรเมื่อจบคอร์สเอาไว้ด้วย เพื่อที่จะได้นำเอามาใส่ใน Portfolio และมีหลักฐานรับรองชัดเจนว่าได้ผ่านการอบรมมาจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับ Portfolio ของเราได้มากขึ้น
เตรียมความพร้อมสู่อาชีพแห่งอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้ไปกับ House of Griffin
นอกเหนือไปจากการตั้งใจเรียนในห้องเรียนเพื่อรักษาเกรดและเสริมทักษะเพิ่มเติมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้คือการเข้าร่วมโปรแกรมหรือการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือลงคอร์สเรียนออนไลน์ระยะสั้นเพื่อนำเอามาเก็บใส่ Portfolio เพราะจะได้เพิ่มทางเลือกในการยื่นสมัครเรียนให้ติดคณะในฝันได้ตั้งแต่การสอบรอบแรกและไม่ต้องรอลุ้น Admission รวมถึงเตรียมตัวลงสอบวัดระดับภาษาอังกฤษและสอบวัดความถนัดอื่น ๆ ให้พร้อม เพื่อนำเอาคะแนนไปยื่นสมัครเรียนได้ทันทีที่เปิดรับสมัคร ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาที่สถานที่ติวสอบที่พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกขั้นตอนก็สามารถทักมาปรึกษาทีมงาน House of Griffin ได้เลย เรามีครับทั้งคอร์ส TOEFL, IELTS รวมถึง CU-TEP และ SAT
