
สรุปสั้น: อยากเรียนหมออินเตอร์ เตรียมตัวยังไง ? น้อง ๆ สามารถเตรียมตัวเรียนแพทย์อินเตอร์ด้วยวุฒิ GED ได้ง่าย ๆ เพียงทำตามขั้นตอนนี้
เมื่อได้คะแนนครบถ้วนแล้วก็สามารถสมัครเรียนต่อในคณะที่ต้องการได้เลย และสามารถมาเตรียมความพร้อมก่อนใครที่ House of Griffin ที่ได้รับการรับรองจาก GED Official สหรัฐอเมริกาโดยตรง พร้อมสอนและประเมินผลโดยครูผู้เชี่ยวชาญ สามารถจบ ม.6 ด้วยวุฒิ GED ได้ในเวลา 2 เดือน |
คณะแพทย์อินเตอร์น่าจะเป็นอีกหนึ่งคณะในฝันของใครหลายคน ซึ่งถ้าใครมีความฝันว่าอยากเรียนหมอ แต่ไม่ได้เรียนในระบบไทยและอยากใช้วุฒิ GED ยื่นเรียนหมออินเตอร์แทน พี่กริฟฟินก็ขอบอกก่อนว่าในปัจจุบันวุฒิ GED นั้นยังไม่สามารถใช้สมัครเรียนต่อ “หมอ” ได้โดยตรง แต่น้อง ๆ สามารถใช้วุฒิ GED ยื่นเรียนต่อหมอฟัน (ทันตแพทย์) หรือเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์สาขาประยุกต์ และเรียนต่อในคณะที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้
วุฒิ GED เข้าคณะแพทย์ที่ไหนได้บ้าง
ถ้าน้อง ๆ อยากเรียนหมออินเตอร์โดยใช้วุฒิ GED ยื่นเรียนต่อก็สามารถสมัครเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL – สจล.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) ของสจล. และมหาวิทยาลัยมหิดลได้ ส่วนคณะแพทยศาสตร์สาขาประยุกต์และวิทยาศาสตร์การแพทย์อื่น ๆ ที่สามารถใช้วุฒิ GED ยื่นสมัครเรียนได้นั้นจะเป็นหลักสูตรภาษาไทย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อคณะและเกณฑ์การรับสมัครเพิ่มเติมได้ที่นี่
คะแนนที่ต้องใช้เข้าแพทย์อินเตอร์
การจะสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยวุฒิ GED จะขึ้นอยู่กับเกณฑ์การรับสมัครที่แต่ละหลักสูตรได้กำหนดเอาไว้ โดยหากพิจารณาจากเกณฑ์การรับสมัครทั้งหมดแล้ว หากต้องการเรียนต่อในคณะแพทย์หรือคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จะต้องเตรียมคะแนนสอบหลัก ๆ ดังนี้
คะแนน GED และใบรับรองการศึกษา
ปกติแล้วจะต้องมีคะแนนสอบ GED ครบถ้วนทั้ง 4 รายวิชา และทุกรายวิชาต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน แต่สำหรับการเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ พี่กริฟฟินขอแนะนำให้ทำคะแนนสอบรวมไม่ต่ำกว่า 660 คะแนน (รายวิชาละ 165 คะแนนขึ้นไป) เนื่องจากหลาย ๆ หลักสูตรมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำสูงกว่าการยื่นสมัครเรียนคณะทั่วไป นอกจากนี้ ยังต้องทำการยื่นเทียบวุฒิ GED เพื่อขอใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (Equivalence Certificate) และใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX Equivalence Certificate) เพื่อนำไปเป็นหลักฐานการศึกษา โดยหากทำการสมัครเรียนผ่านระบบ TCAS ก็จะต้องใช้ในการลงทะเบียนใช้งานด้วย
คะแนนผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
แม้ว่า GED จะเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษล้วนและมีการสอบในรายวิชาภาษาอังกฤษ หรือ GED RLA (Reasoning Through Language Arts) อยู่แล้ว แต่ผลการสอบยังไม่สามารถวัดระดับการใช้งานภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจนครบถ้วน จึงต้องยื่นคะแนนผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษไปในตอนสมัครเรียนด้วย ซึ่งคะแนนยอดนิยมที่สามารถใช้ยื่นสมัครเรียนได้ทุกคณะก็ได้แก่ IELTS และ TOEFL เนื่องจากเป็นข้อสอบวัดทักษะด้านการใช้งานภาษาอังกฤษแบบครบถ้วนทั้ง 4 ด้าน (ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน) ส่วนการสอบประเภทอื่น ๆ อาจจะสามารถยื่นสมัครเรียนได้เพียงบางหลักสูตรเท่านั้น
คะแนน AP (Advanced Placement)
การจะเรียนหมออินเตอร์ หรือคณะสายแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพในหลักสูตรนานาชาตินั้น นอกจากจะต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดีแล้ว ยังต้องมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ในเชิงลึก แต่การสอบ GED ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ หรือ GED Science นั้นจะวัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปเท่านั้น ต่างจากการเรียนในระบบการศึกษาไทยสายวิทย์-คณิตที่มีรายวิชาแยกสำหรับชีววิทยา, เคมี และฟิสิกส์ หรือการเรียนในโรงเรียนนานาชาติที่น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนวิชาด้านวิทยาศาสตร์เชิงลึกและมีคะแนนสอบวัดผลแต่ละรายวิชาอย่างชัดเจน จึงควรสมัครสอบ AP (Advanced Placement) ในรายวิชา AP Biology, AP Chemistry และ AP Physics เพื่อใช้แทนคะแนนในรายวิชาด้านวิทยาศาสตร์ที่หลาย ๆ มหาวิทยาลัยต้องการ
คะแนน UCAT หรือคะแนนความถนัดแพทย์อื่น ๆ
การเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ส่วนมากแล้วจะต้องยื่นคะแนนความถนัดแพทย์ในการสมัครเรียนด้วย แต่สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเรียนหมอด้วยวุฒิ GED นั้น จะสามารถเข้าเรียนได้เฉพาะในคณะทันตแพทย์อินเตอร์ของ KMITL เท่านั้น ซึ่งทางคณะก็ระบุว่าผู้สมัครจะต้องยื่นผลคะแนนความถนัดแพทย์ควบคู่กันไปด้วย โดยสามารถยื่นได้ทั้งคะแนน BMAT (ปัจจุบันยกเลิกการสอบไปแล้ว), TBAT และ UCAT แต่พี่กริฟฟินขอแนะนำให้เลือกสอบ UCAT (University Clinical Aptitude Test) หรือข้อสอบวัดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ จริยธรรม การตัดสินใจ และการประเมินสถานการณ์ในเชิงคลินิก เพราะนอกจากจะสามารถนำเอาคะแนนไปยื่นเรียนทันตะอินเตอร์ที่สจล. ได้แล้ว ยังสามารถนำเอาคะแนนนี้ไปใช้ยื่นเรียนต่อสายแพทย์ในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ได้อีกด้วย
วิธีเตรียมตัวเรียนหมออินเตอร์ด้วยวุฒิ GED
สำหรับน้องที่อยากเรียนหมอ ไม่ว่าจะเข้าคณะแพทย์อินเตอร์ อยากเป็นหมอฟัน หรือเรียนต่อในคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพด้วยวุฒิ GED ก็สามารถเตรียมตัวสอบและยื่นสมัครเรียนตามขั้นตอนนี้ได้เลย
ลงสอบ GED ให้ผ่านทั้ง 4 รายวิชา
อันดับแรกสุดคือการได้วุฒิ GED มาครองเสียก่อน โดยน้อง ๆ จะต้องลงสมัครสอบ GED Ready ให้ผ่านทั้ง 4 วิชา ก่อนที่จะลงสมัครสอบ GED รอบจริงให้ได้คะแนนสูงกว่า 165 คะแนนขึ้นไปทั้ง 4 รายวิชา และมีคะแนนรวมขั้นต่ำที่ 660 คะแนนขึ้นไป เนื่องจากคณะแพทย์เป็นคณะที่มีการแข่งขันสูง จึงมีการกำหนดคะแนนสอบเข้าขั้นต่ำที่สูงกว่าคณะทั่วไป หากได้คะแนน GED น้อย เมื่อยื่นขอใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยก็จะออกมาน้อยตามไปด้วย และอาจทำให้ไม่ผ่านการพิจารณาในขั้นแรก
ทั้งนี้ หากน้อง ๆ สอบ GED ผ่านที่ 145 คะแนน แต่คะแนนต่ำกว่า 165 อย่างที่ตั้งใจไว้ สามารถติดต่อขอสอบแก้คะแนน หรือ GED Rescore ได้ โดยสามารถยื่นขอสอบใหม่ได้เพียงวิชาละ 1 ครั้งเท่านั้น
(อ่านแผนการสอบ GED ฉบับคนมีเวลาน้อยเพิ่มเติมได้ที่นี่)
(อ่านวิธีขอสอบ Re-take GED ใหม่ได้ที่นี่)
ยื่นขอใบเทียบวุฒิและใบเทียบผลการเรียน
หลังจากได้วุฒิ GED มาเป็นที่เรียบร้อย ก็ให้ทำการยื่นขอใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (Equivalence Certificate) และใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX Equivalence Certificate) ซึ่งน้อง ๆ ก็ทำได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ และทำการชำระเงินให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้นำเอาไปใช้เป็นหลักฐานวุฒิการศึกษาในตอนสมัครเรียน โดยสามารถใช้งานได้ทั้งการสมัครผ่านระบบ TCAS และการสมัครในรอบรับตรงกับมหาวิทยาลัย
เตรียมตัวสอบ AP และสมัครสอบให้ผ่าน
ถ้าใครอยากยื่นคะแนน AP (Advanced Placement) ก็จะต้องเตรียมตัวติวสอบในรายวิชาฟิสิกส์, เคมี และชีวะให้พร้อม โดย AP จะมีการจัดสอบเพียงปีละ 1 ครั้งในเดือนพฤษภาคมเท่านั้น จึงต้องเตรียมตัวดี ๆ ก่อนสมัครสอบ เพราะหากพลาดโอกาสการสอบในรอบนี้ หรือทำคะแนนออกมาได้ไม่ดีพอก็จะต้องรอสอบใหม่ในปีถัดไป
ลงสอบ UCAT
ข้อสอบ UCAT (University Clinical Aptitude Test) เองก็กำหนดให้ผู้สมัครสามารถลงสมัครสอบ UCAT ได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยจะมีการสอบในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนของทุกปี ทำให้มีเวลาการเตรียมสอบหลังจากสอบ AP ผ่านเป็นที่เรียบร้อย
สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ทั้ง IELTS และ TOEFL นั้น มีการจัดสอบปีละหลายครั้ง รวมถึงสามารถลงสอบซ้ำได้ปีละหลายรอบ แต่ทางที่ดีควรเตรียมตัวให้พร้อม ฝึกทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งฝึกทำข้อสอบเก่าให้แม่น เพื่อที่จะได้สอบผ่านได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องสอบซ้ำและสามารถนำเอาคะแนนสอบไปใช้งานได้ทันที
สมัครเรียนคณะที่ต้องการ
เมื่อมีคะแนนสอบครบถ้วนผ่านตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว ให้รอประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการและตรวจสอบวัน-เวลาการรับสมัคร จากนั้นลงสมัครเรียนตามช่วงเวลาที่ระบุเอาไว้ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ยังควรเตรียมตัวสำหรับการสอบสัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วย เพราะมหาวิทยาลัยหลายแห่งมักจะมีการสอบสัมภาษณ์และใช้คะแนนการสัมภาษณ์เป็นหนึ่งในเกณฑ์การพิจารณารับนักศึกษาในแต่ละปี
เตรียมพร้อมเข้าแพทย์อินเตอร์ด้วยวุฒิ GED มาที่ House of Griffin
อย่างที่พี่กริฟฟินบอกไปข้างต้นว่าการจะเรียนต่อหมออินเตอร์ด้วยวุฒิ GED นั้นมีข้อจำกัดอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้นหากน้อง ๆ คนไหนอยากเป็นหมอแต่ยังไม่มั่นใจว่าจะวางแผนการเรียนยังไงดี ก็สามารถทักมาพูดคุยปรึกษากับพี่ ๆ ทีมงาน House of Griffin เพื่อให้ช่วยวางแผนการเรียนและติวสอบเข้าอินเตอร์กันได้แบบครบวงจร
