
สรุปสั้น: อยากเข้าคณะสายแพทย์ ต้องเตรียมสอบ IGCSE วิชาไหนบ้าง ? สำหรับน้องที่ต้องการใช้ IGCSE เพื่อเตรียมตัวเรียนต่อคณะสายแพทย์ แนะนำให้เลือกสอบอย่างน้อย 5 วิชา ได้แก่ English, Mathematics, Biology, Chemistry และ Physics เนื่องจากเป็นวิชาที่ช่วยปูพื้นฐานความรู้ด้านภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการเรียนแพทย์ในอนาคต |
คณะสายแพทย์เป็นอีกหนึ่งคณะยอดนิยมที่เป็นความฝันของน้อง ๆ หลายคน ซึ่งถ้าใครอยากเป็นหมอหรือเรียนต่อสายนี้ นอกจากการเรียนในระบบปกติภาคภาษาไทยในสายวิทย์-คณิตแล้ว อีกหนึ่งเส้นทางที่ได้รับความนิยมคือการเรียนในหลักสูตร IGCSE ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่ได้รับความนิยมสูงในโรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษ เพราะสามารถต่อยอดไปสู่การสอบ A-Level ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาในระบบอังกฤษที่เทียบเท่าระดับมัธยมปลายไทยได้ โดยหลักสูตร IGCSE นอกจากจะมีการเรียนการสอนในโรงเรียนนานาชาติแล้ว ยังเปิดให้สามารถลงสมัครสอบเทียบวุฒิด้วยตัวเองได้อีกด้วย และผู้เรียนสามารถเลือกรายวิชาที่สนใจได้ตามเป้าหมายการเรียนต่อ รวมถึงสามารถนำเอาวุฒิ A-Level ไปยื่นเรียนต่อสายแพทย์ได้ทั้งในประเทศไทยและอังกฤษ (ตามเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย)
เตรียมสอบ IGCSE เพื่อเข้าคณะสายแพทย์ เริ่มจากอะไร
การเรียนการสอนในคณะสายแพทย์นั้นจะเน้นความรู้ความเข้าใจสายวิทยาศาสตร์เชิงลึก ดังนั้นน้องคนไหนตั้งใจจะสอบ IGCSE เพื่อต่อยอดการเรียนคณะสายแพทย์ในอนาคตก็ควรเริ่มจากการวางแผนการเรียนและการสอบให้ชัดเจน โดยหากน้อง ๆ เรียนในโรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบ IGCSE อยู่แล้วก็สามารถเดินเข้าไปปรึกษาคุณครูแนะแนวเพื่อขอคำแนะนำด้านการเรียนต่อได้เลย แต่สำหรับคนที่จะสอบ IGCSE ด้วยตัวเองก็ขอแนะนำให้เริ่มต้นตามนี้เลย
1. วางแผนการเรียนและการสอบให้รัดกุม
เลือกลงเรียนในรายวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครอบคลุมและทำคะแนนให้ได้สูง ๆ เพราะจะต้องใช้คะแนนเหล่านี้ในการยื่นสมัครสอบในอนาคต เนื่องจากคณะแพทย์เป็นหนึ่งในคณะที่การแข่งขันสูงอันดับต้น ๆ รวมถึงมีเกณฑ์การรับสมัครนิสิตนักศึกษาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลักสูตรอื่น
2. ศึกษาเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละหลักสูตร
ถ้าใครตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะเรียนต่อคณะแพทย์ ก็ควรศึกษาเกณฑ์การรับสมัครของหลักสูตรที่จะยื่นเรียนต่อให้ดีและเตรียมตัวลงสอบเพิ่มเติมเพื่อนำเอาคะแนนไปยื่นสมัครเรียน เนื่องจากคณะแพทย์ส่วนใหญ่มักจะขอผลคะแนนความถนัดแพทย์ เช่น TBAT, UCAT หรือหากเป็นคณะแพทย์อินเตอร์ก็จะต้องยื่นผลการทดสอบภาษาอังกฤษร่วมด้วย การวางแผนเรียนต่อแพทย์จึงไม่ใช่แค่การเตรียมสอบ IGCSE เท่านั้น แต่ต้องเตรียมพร้อมในทุกด้าน
3. ลงสมัครสอบ IGCSE
สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษอาจไม่ทราบว่า IGCSE สอบตอนไหน ซึ่งการสอบ IGCSE นั้นก็จะมีการเปิดสอบทั้งหมดปีละ 2 รอบ ในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน และช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนของทุกปี (ผลการสอบจะออกหลังวันสอบราว 2 เดือน) ซึ่งสามารถลงสมัครสอบ IGCSE กับ British Council หรือโรงเรียนนานาชาติที่เป็นศูนย์สอบ IGCSE ได้เลย
4. ลงสอบวิชาอื่นที่จำเป็น
ถัดจาก IGCSE แล้ว น้อง ๆ ก็ต้องเตรียมตัวสอบวัดความถนัดอื่น ๆ ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยระบุเอาไว้ด้วย จึงต้องแบ่งเวลาการเตรียมสอบในแต่ละวิชาให้ดีเพื่อที่จะได้เก็บคะแนนที่จำเป็นให้ครบตามเกณฑ์การรับสมัครที่กำหนด เพราะข้อสอบบางตัวอาจมีการเปิดสอบในระยะเวลาใกล้กับ IGCSE จึงต้องวางแผนการติวสอบแต่ละวิชาให้รัดกุมที่สุด
อยากเข้าคณะสายแพทย์ ควรสอบ IGCSE วิชาไหนบ้าง
โดยปกติแล้วน้อง ๆ มักต้องสอบ IGCSE ขั้นต่ำที่ 5 วิชาเพื่อจบหลักสูตร โดยมีวิชาบังคับได้แก่ ภาษาอังกฤษ (English as a second language), คณิตศาสตร์ (Mathematics) และวิทยาศาสตร์ (Science) นอกจากนี้ยังต้องเลือกสอบเพิ่มอีก 2 รายวิชา ซึ่งถ้าจะใช้ IGCSE เข้าแพทย์ ก็แนะนำให้ลงสอบในรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มให้ครบ ดังนี้
วิชาหลักที่ควรสอบสำหรับสายแพทย์
- English (ภาษาอังกฤษ): เลือกลงสอบได้ทั้ง English as a second language (Speaking endorsement) (0510) , English (as an Additional Language), English (Literature in English) และ World Literature
- Mathematics (คณิตศาสตร์): เลือกสอบได้ทั้งในรายวิชา Cambridge IGCSE Mathematics (0580), Cambridge IGCSE Additional Mathematics (0606), Cambridge IGCSE International Mathematics (0607) และ Statistics
- Biology (ชีววิทยา): Cambridge IGCSE Biology (0610) หนึ่งในตัวเลือกรายวิชาด้านวิทยาศาสตร์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการเรียนแพทย์ เนื่องจากเป็นรากฐานของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบร่างกายมนุษย์, โภชนาการ, การแพร่กระจายของโรค ตลอดจนกลไกทางชีวภาพที่สำคัญและจำเป็นต่อการเรียนแพทย์
- Chemistry (เคมี): Cambridge IGCSE Chemistry (0620) อีกหนึ่งวิชาสำคัญสำหรับการเรียนต่อสายแพทย์ เพราะจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเกิดของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย, การตอบสนองของร่างกายต่อสารเคมีและยาของร่างกาย ไปจนถึงการวิเคราะห์สารเคมีต่าง ๆ
วิชาเพิ่มเติมที่แนะนำสำหรับสายแพทย์
Physics (ฟิสิกส์) – Cambridge IGCSE Physics (0625) แม้ว่าการเรียนการสอนของแพทย์ส่วนใหญ่จะเน้นการใช้องค์ความรู้ในด้านเคมีและชีววิทยาเป็นหลัก แต่หนึ่งในวิชาหลักสายวิทยาศาสตร์อย่างฟิสิกส์เองก็ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้ใช้ผลการเรียนหรือผลสอบรายวิชานี้ประกอบการสมัคร อีกทั้งความรู้ทางด้านฟิสิกส์ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการเรียนแพทย์ได้อีกด้วย
หากวางแผนเรียนต่อผ่านระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรหรือมหาวิทยาลัยที่ใช้ผล A-Level ในการสมัครเรียน น้อง ๆ จะต้องศึกษาต่อในระดับ A-Level โดยทั่วไปมักเลือกเรียนอย่างน้อย 3 รายวิชา ซึ่งสำหรับสายแพทย์ แนะนำให้เลือก Biology, Chemistry และ Mathematics หรือ Physics ตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัคร โดยน้อง ๆ สามารถเลือกลงเรียนในรายวิชาอื่น ๆ ตามที่สนใจเพิ่มเติมได้ทั้งในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, สายทักษะวิชาชีพ และสายวิชาภาษาต่างประเทศเลย หรือจะเลือกเก็บรายวิชาสายวิทยาศาสตร์บางรายวิชาเอาไว้สอบในปีถัดไปและเลือกลงรายวิชาที่ชอบในปีแรกก็ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ พี่กริฟฟินขอแนะนำให้ลงสอบทุกรายวิชาในระดับ Extended ทั้งหมด เพราะมหาวิทยาลัยหลายแห่งมักกำหนดผลการเรียนในระดับสูง จึงนิยมใช้ผลสอบจาก Extended มากกว่า Core การลงสอบในระดับ Core ที่มีคะแนนสูงสุดที่ C จึงไม่สามารถใช้ยื่นเรียนต่อได้นั่นเอง
เทคนิคเตรียมสอบ IGCSE เข้าสายแพทย์
สำหรับน้อง ๆ ที่ตั้งเป้าจะสอบ IGCSE เพื่อปูทางเรียนต่อคณะสายแพทย์ในอนาคต พี่กริฟฟินก็เอา 5 เทคนิคเตรียมสอบ IGCSE มาฝากกัน
เทคนิคที่ 1 : วางแผนเลือกวิชาให้ตรงเป้าหมาย
ศึกษาและตรวจสอบเกณฑ์การรับสมัคร (Requirement) ของคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษาต่ออย่างละเอียด โดยเฉพาะการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เนื่องจากหลาย ๆ มหาวิทยาลัยไม่รับคะแนน IGCSE/A-Level หรือในหลักสูตรที่อนุโลมให้ใช้การเทียบวุฒิยื่นเข้าเรียนต่อได้ก็จะมีการกำหนดเกณฑ์การรับสมัครอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น คะแนนความถนัดแพทย์, คะแนนผลทดสอบภาษาอังกฤษ หรือคะแนนความถนัดรายวิชาอื่น ๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบเกณฑ์คะแนนแพทย์อินเตอร์คร่าว ๆ ได้ ที่นี่
เทคนิคที่ 2 : ศึกษา Syllabus และรูปแบบข้อสอบ
ข้อดีของ IGCSE คือการสอบในแต่ละวิชาจะมี Syllabus ที่ระบุหัวข้อการเรียนและการสอบเอาไว้อย่างครบถ้วน โดยน้อง ๆ ก็สามารถกดเข้าไปที่รายวิชาที่ต้องการสอบและดาวน์โหลด Syllabus มาศึกษาหัวข้อการเรียนได้เลย
เทคนิคที่ 3 : ทบทวนเนื้อหาการเรียนและการสอบให้แม่น
หลังจากศึกษา Syllabus เป็นที่เรียบร้อย ให้น้อง ๆ กลับไปทบทวนเนื้อหาที่จะออกสอบให้แม่นในทุกหัวข้อก่อนเริ่มลองทำข้อสอบ เพราะหัวข้อที่ออกสอบบางหัวข้ออาจเป็นเรื่องที่ไม่ถนัด การได้วนกลับไปทบทวนเนื้อหาอีกครั้งจึงช่วยเสริมความมั่นใจในการสอบได้เป็นอย่างดี
เทคนิคที่ 4 : ขยายคลังคำศัพท์ให้กว้าง
ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ทั้ง Chemistry, Biology และ Physics นั้นมีศัพท์เฉพาะที่เข้าใจยากอยู่ค่อนข้างมาก รวมถึงการต่อยอดเรียนในสายแพทย์ก็จำเป็นที่จะต้องทำความคุ้นเคยกับศัพท์วิทยาศาสตร์เฉพาะทาง ดังนั้นการฝึกท่องศัพท์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการเตรียมตัวสอบ IGCSE เข้าแพทย์
เทคนิคที่ 5 : ฝึกฝนด้วยข้อสอบเก่า (Past Papers)
นอกจากจะมี Syllabus ให้ศึกษาหัวข้อการสอบแล้ว ในระบบยังมีข้อสอบเก่าหรือ Past Papers ให้ดาวน์โหลดมาทดลองทำพร้อม Mark Scheme (เฉลยพร้อมเกณฑ์การให้คะแนน) และอธิบายแนวทางการนับคะแนนของข้อสอบรายข้ออย่างละเอียด โดยในระหว่างการทำ Past Papers ขอแนะนำให้ทำการจับเวลาตามที่กำหนดเอาไว้ใน Syllabus เพื่อที่จะได้ฝึกการบริหารเวลาระหว่างการทำสอบและจำลองสถานการณ์การสอบให้คล้ายจริงที่สุด
เตรียมสอบ IGCSE เพื่อเข้าคณะสายแพทย์อย่างมั่นใจที่ House of Griffin
การวางแผนเรียนต่อคณะสายแพทย์ด้วยการสอบ IGCSE นั้น นอกจากจะต้องทวนเนื้อหาการสอบของแต่ละวิชาให้แม่นยำแล้ว ยังต้องแบ่งเวลาไปติวสอบภาษาอังกฤษ, ข้อสอบวัดความถนัดแพทย์ และข้อสอบวัดความถนัดอื่น ๆ ตามเกณฑ์ที่ทางคณะตั้งไว้อีกด้วย จึงควรมีผู้ช่วยคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มวางแผนการเรียนไปจนถึงช่วยวางแผนการเตรียมสอบในทุกวิชาที่จำเป็นต่อการเรียนแพทย์ ซึ่งทีมงานของ House of Griffin ก็พร้อมช่วยเหลือน้อง ๆ ทุกคนอย่างเต็มที่ ปรึกษาเรื่องการเตรียมสอบ IGCSE เข้าแพทย์อย่างมั่นใจที่นี่
