
| สรุปสั้น: ติวสอบ GED กี่เดือนถึงจะผ่านครบ 4 วิชา ถ้าใครไม่รู้ว่าเริ่มต้นติวสอบ GED กี่เดือน ถึงจะผ่านครบทุกรายวิชา ก็ต้องขอบอกว่าการสอบ GED ไม่ยากอย่างที่คิดและใช้เวลาเตรียมตัวสอบไม่นาน หากมีการวางแผนการติวอย่างเป็นระบบและทยอยสอบเรื่อย ๆ เมื่อทบทวนเนื้อหาจบก็สามารถคว้าวุฒิ GED มาครองได้ไวมากขึ้น แต่ถ้าใครอยากได้วุฒิ GED เร็ว ๆ ก็สามารถลงติว GED กับ House of Griffin พร้อมคว้าวุฒิ GED ได้ไวเพียง 2 เดือน |
สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังวางแผนว่าจะสอบเทียบ GED แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวยังไงและต้องติวสอบ GED กี่เดือน ถึงจะผ่านครบทั้ง 4 รายวิชาและได้วุฒิ GED มาเพื่อยื่นสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเอาไปใช้สมัครเรียนต่อ วันนี้พี่กริฟฟินก็ได้รวบรวมแผนการติวพร้อมแนวทางการจัดตารางติวสอบ GED มาแชร์ให้น้อง ๆ ได้ลองเอาไปทำตามกัน
ติวสอบ GED กี่เดือนถึงจะพร้อมสอบ มีปัจจัยอะไรบ้าง
คำถามที่ว่าต้องเตรียมตัวติวสอบ GED กี่เดือนถึงจะพร้อมลงสอบนั้น จริง ๆ แล้วไม่มีกำหนดระยะเวลาตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับพื้นฐานของน้องแต่ละคน เพราะหากพื้นฐานแน่นก็สามารถลงสอบได้ไว แต่ถ้าใครยังไม่แม่นภาษาและการคำนวณก็อาจใช้เวลาติวมากกว่าเพื่อนเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอย่างเรื่อง “เวลา” และภารกิจส่วนตัวของน้องแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถกำหนดได้แน่ชัดว่าต้องนานเท่าไหร่ ถึงจะผ่านครบทุกวิชา แต่ในเบื้องต้นก็สามารถพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ และกำหนดระยะเวลาติวสอบคร่าว ๆ ได้ ดังนี้
พื้นฐานภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์
สิ่งสำคัญอันดับ 1 ของการสอบ GED คือ “พื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ” เนื่องจากข้อสอบ GED เป็นข้อสอบจากอเมริกาที่เป็น “ภาษาอังกฤษล้วน” ทุกรายวิชา แม้ว่าในวิชาคณิตศาสตร์จะมีข้อคำถามที่สามารถคำนวณได้ในทันที แต่ตัวโจทย์ปัญหาบางข้อก็ยังเป็นภาษาอังกฤษล้วนที่ต้องอาศัยการตีความอยู่ดี ดังนั้นหากใครอ่อนภาษาอังกฤษก็อาจเป็นอุปสรรคในการสอบได้นั่นเอง
สำหรับพื้นฐานความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ในวิชา GED Math ก็จะเน้นความรู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในหัวข้อพีชคณิต, ฟังก์ชันและกราฟ, ร้อยละ, อัตราส่วน, ความน่าจะเป็น และเรขาคณิต รวมทั้งข้อสอบส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลขในการสอบได้ และมี Formula Sheet หรือแผ่นรวมสูตรคำนวณให้สามารถเรียกใช้งานได้ จึงวางใจได้ในระดับหนึ่ง
จำนวนชั่วโมงติวต่อสัปดาห์
แต่ละคนมีภารกิจชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นเวลาและจำนวนชั่วโมงติวก็แตกต่างกันตามไปด้วย แม้ว่า GED จะมีการสอบเพียงแค่ 4 รายวิชา แต่หากอยากได้วุฒิมาครองไว ๆ ในเวลาไม่กี่เดือนก็จำเป็นที่จะต้องจัดตารางเวลาการอ่านหนังสือแต่ละวันอย่างเคร่งครัด โดยอาจแบ่งอ่านหรือทบทวนวันละ 1 วิชาเพื่อป้องกันความสับสนในเนื้อหาการสอบ หรือเน้นติววิชาละสัปดาห์แบบที่ว่า 1 เดือนมี 4 สัปดาห์ ก็ได้ติวแน่น ๆ สัปดาห์ละรายวิชา หรือติวจัดเต็มเดือนละวิชาไปเลย ซึ่งการติวที่เห็นผลชัดเจนก็จะอยู่ที่วันละ 2-4 ชั่วโมง แต่ไม่ควรหักโหมติววันละหลาย ๆ ชั่วโมงติดต่อกัน เพราะจะทำให้สมองล้าจนเกินไป และอาจเว้นวันติวสัปดาห์ละ 1 วันเพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อน ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป
สอบทีละวิชาหรือสอบทีเดียวทั้งหมด
การสอบ GED จะอนุญาตให้ผู้สมัครสอบสามารถเลือกสอบแบบแยกรายวิชาได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องสอบรวดเดียวครบทุกรายวิชา เนื่องจากการสอบแต่ละวิชามีระยะเวลาการสอบค่อนข้างนาน หากสอบรวดเดียว 4 รายวิชาในวันเดียวจะใช้เวลาสอบถึง 7 ชั่วโมงกว่า แบ่งเป็น RLA 150 นาที Math 115 นาที Science 90 นาที และ Social Studies 70 นาที จึงไม่แนะนำให้สอบวันเดียวทุกรายวิชา เนื่องจากร่างกายและสมองอาจล้ามากเกินไปจนทำให้วิชาท้าย ๆ ได้คะแนนต่ำกว่าที่ควรเป็น และต้องเตรียมตัวให้พร้อมติวเนื้อหาให้แน่นทั้ง 4 วิชาในวันเดียวปัจจุบันการสอบ GED มีรอบสอบเปิดให้เลือกตลอดทั้งปี ทำให้สามารถทยอยสอบเก็บรายวิชาได้ตามความพร้อมของผู้สอบ ไม่ต้องรีบเร่งสอบเพราะกลัวจะไม่มีรอบสอบแต่อย่างใด
สูตรการสอบ GED ที่แนะนำคือการแบ่งวันสอบ โดยหากใครเป็นสายรีบก็แบ่งสอบวันละ 2 วิชา เช่น RLA-Social Studies และ Math-Science เนื่องจากสองรายวิชาที่จับคู่กันนี้มีเนื้อหาการสอบที่ใกล้เคียงกัน จับคู่วิชาที่มีการคำนวณอยู่ด้วยกัน และวิชาที่ต้องอาศัยการตีความโจทย์เอาไว้ด้วยกัน หรือถ้าไม่รีบก็เลือกสอบวันละวิชาไปเลย เพื่อที่จะได้ใช้เวลาในการสอบแต่ละวิชาได้อย่างเต็มที่
ถ้าพื้นฐานอังกฤษไม่ดี ติวสอบ GED กี่เดือน
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษค่อนข้างน้อย หรือยังอ่านบทความภาษาอังกฤษได้ไม่คล่อง อาจต้องใช้เวลาเตรียมตัวสอบ GED มากกว่าปกติ โดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับระดับภาษาเดิมและเวลาที่สามารถแบ่งมาอ่านหนังสือได้ในแต่ละสัปดาห์
ช่วงแรกควรโฟกัสไปที่การเสริมทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐานก่อน โดยเฉพาะคำศัพท์ (Vocabulary), การอ่านจับใจความ (Reading Comprehension) และไวยากรณ์ (Grammar) เนื่องจากข้อสอบ GED ทั้ง 4 วิชาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แม้แต่ GED Math ก็ยังต้องอาศัยการอ่านและตีความโจทย์ภาษาอังกฤษเช่นกัน
หากต้องการเร่งระยะเวลาเตรียมตัวสอบ แนะนำให้เริ่มจากการปูพื้นฐานภาษาอังกฤษควบคู่กับการเรียนเนื้อหา GED ไปพร้อมกัน และทยอยสอบทีละวิชาเมื่อมีความพร้อม โดยผู้เรียนจำนวนมากมักเริ่มจาก GED Math หรือ GED Science ก่อน แล้วค่อยสอบ GED RLA ซึ่งเป็นวิชาที่ใช้ทักษะภาษาอังกฤษมากที่สุดเป็นวิชาสุดท้าย
ตารางติว GED 3 รูปแบบ ตามระยะเวลาที่มี
แชร์ตารางวางแผนติว GED ตามระยะเวลาการเตรียมสอบแบบ 3-6-12 เดือน ฉบับเตรียมสอบด้วยตนเอง เริ่มวางแผนยังไงให้สอบผ่านในครั้งเดียว
แผน 3 เดือน — เร่งรัดแต่ทำได้
ถ้าใครวางแผนจะเตรียมสอบ GED ให้ผ่านใน 3 เดือน สิ่งสำคัญเลยคือจะต้องเป็นคนที่ “มีพื้นฐานภาษาอังกฤษในระดับดี” หรือไม่ได้เรียนในระบบปกติที่มีการบ้านต้องส่งในทุก ๆ วัน และมีเวลาการอ่านหนังสือวันละ 3-4 ชั่วโมง และทยอยสอบตามรายวิชาที่จัดตารางสอบ โดยการสอบ GED จะมีทั้งหมด 4 รายวิชา ซึ่งถ้าน้อง ๆ มีเวลาเตรียมตัวสอบ 3 เดือน ก็จะเท่ากับ 12 สัปดาห์ จึงอยากแนะนำให้แบ่งเวลาอ่านหนังสือและทยอยสอบรายวิชาละ 3 สัปดาห์ โดยเริ่มจากการติวสอบคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-สังคม และปิดท้ายด้วยภาษาอังกฤษ ดังนี้
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรโฟกัส |
| สัปดาห์ที่ 1-3 | ติว GED Math ทบทวนเลขพื้นฐาน พีชคณิต ฟังก์ชัน กราฟ และตะลุยโจทย์ก่อนสอบ GED Ready |
| สัปดาห์ที่ 4-6 | ติว GED Science เน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การอ่านกราฟ และหัวข้อ Life Science, Physical Science, Earth & Space Science |
| สัปดาห์ที่ 7-9 | ติว GED Social Studies เน้น US History, Economics และ Civics & Government พร้อมสอบ GED Ready และสอบจริง |
| สัปดาห์ที่ 10-12 | ติว GED RLA ฝึก Reading Comprehension, Grammar และ Extended Response ก่อนลงสอบ GED Ready และสอบจริง |
แผน 6 เดือน — สมดุลที่สุดสำหรับเด็ก ม.ปลาย
ถัดมาเป็นแผนการเตรียมตัวสอบ GED สำหรับคนที่พอมีพื้นฐานในระดับหนึ่งและไม่ต้องการเร่งรัดตัวเองมากจนเกินไป หรือเป็นน้อง ๆ ที่เรียนในระบบแต่อยากได้วุฒิ GED ก่อนเพื่อนเพื่อเตรียมสมัครสอบมหาวิทยาลัยตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถติวสอบ GED ไปพร้อม ๆ กับโฟกัสการเรียนตามปกติได้ ซึ่งพี่กริฟฟินก็แนะนำให้ทยอยอ่านและสมัครสอบทีละวิชาหลังติวเสร็จเพื่อที่จะได้ไม่ลืมเนื้อหาและอ่านวิชาถัดไปได้อย่างเต็มที่ โดยอาจจัดแผนการอ่านหนังสือสอบวันละ 2-3 ชั่วโมง ดังนี้
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรโฟกัส |
| เดือนที่ 1-2 | ติว GED Math ปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ พีชคณิต ฟังก์ชัน กราฟ สถิติ และตะลุยโจทย์ก่อนสอบ GED Ready |
| เดือนที่ 2-3 | ติว GED Science เน้นการอ่านกราฟ การวิเคราะห์ผลการทดลอง และหัวข้อ Life Science, Physical Science และ Earth & Space Science |
| เดือนที่ 4 | ติว GED Social Studies ศึกษา US History, Economics, Civics & Government และภูมิศาสตร์โลก |
| เดือนที่ 5-6 | ติว GED RLA ฝึก Reading Comprehension, Grammar, การวิเคราะห์บทความ และการเขียน Extended Response พร้อมทำ Mock Test และ GED Ready |
แผน 9-12 เดือน — สำหรับคนที่ต้องเรียนคู่กับระบบปกติ
สำหรับใครที่มีเวลาน้อยมาก ๆ หรือเรียนในหลักสูตรปกติที่เรียนหนักและการบ้านเยอะจนมีเวลาการทวนสอบน้อย แต่อยากได้วุฒิ GED สำรองเอาไว้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย ก็แนะนำให้แบ่งเวลาอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมงมาเพื่อติวและเตรียมตัวสอบ GED หรือติวเข้มเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ที่ว่างจากการเรียนและทยอยสอบเก็บไปทีละวิชาหลังติวจบเพื่อที่จะได้ไม่พะวงว่าจะลืมเนื้อหาและสามารถโฟกัสกับเนื้อหาวิชาถัดไปได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งมีเวลาไปทบทวนบทเรียนตามปกติหรือทำกิจกรรมที่ชื่นชอบได้โดยไม่เครียดจนเกินไป
สำหรับใครที่ตั้งเป้าหมายจะติวสอบ GED ใน 9 เดือน ก็ติวสอบรายวิชาละ 9 สัปดาห์ ส่วนใครที่ตั้งใจจะสอบ GED ให้ได้ใน 12 เดือน ก็แบ่งอ่านสอบรายวิชาละ 3 เดือน (12 สัปดาห์) และทยอยลงสอบได้เลย โดยที่หลักการติวสอบก็จะคล้ายคลึงกับแผนการติวสอบแบบ 6 เดือน แต่มีระยะเวลาการทบทวนบทเรียนในหัวข้อต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้นนั่นเอง
สรุปแผนจัดตารางติวสอบ GED ด้วยตัวเอง
ติวสอบแบบแบ่งระยะเวลาและเนื้อหาที่ต้องทบทวนอย่างชัดเจนแต่ไม่กดดันและสอบเก็บรายวิชา เมื่อติวจบวิชา แต่ควรเว้นระยะระหว่างการสอบ GED Ready กับการสอบรอบจริงราว 1 สัปดาห์เพื่อทบทวนจุดที่ผิดพลาดก่อนลงสนามจริง
ติวสอบ GED กี่เดือนให้ผ่านครบ 4 วิชา ต้องเริ่มยังไง
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงและมีเวลาการเตรียมตัวสอบด้วยตัวเองไม่มากแต่อยากได้วุฒิไว ๆ ก็สามารถลงติวสอบ GED ที่ House of Griffin กับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 14 ปี พร้อมการันตีสอบผ่านครบทั้ง 4 วิชา รับวุฒิ GED ได้ใน 2 เดือน และติวซ้ำฟรีกรณีสอบไม่ผ่าน ปรึกษารายละเอียดคอร์สและค่าเรียน คลิกเลย
