Skip to content

รวม 5 เทคนิคพิชิตข้อสอบ UCAT อัปคะแนนยื่นแพทย์อินเตอร์ให้ทะลุเป้า

รวม 5 เทคนิคพิชิตข้อสอบ UCAT

สรุปสั้น: 5 เทคนิคพิชิตข้อสอบ UCAT มีอะไรบ้าง ?

ข้อสอบ UCAT จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ Verbal Reasoning, Decision Making, Quantitative Reasoning และ Situational Judgement ซึ่งมีเทคนิคน่าสนใจคือ

  • เข้าใจเนื้อหาการสอบและฝึกทำอย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสอบ
  • ทดลองจับเวลาทำเสมือนสอบจริง สร้างความคุ้นชิน ลดความประหม่าในวันสอบจริง
  • ประเมินข้อผิดพลาดหรือจุดด้อยของตนเอง เพื่อมองหาแนวทางแก้ไข เพิ่มโอกาสทำคะแนน
  • มองหาตัวช่วยในการเพิ่มทักษะการทำข้อสอบ เก็บความรู้ เทคนิคต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้สอบ
  • เตรียมตนเองด้านอื่น ๆ ให้พร้อมเสมอ เช่น วางแผนเดินทาง เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เอกสารต่าง ๆ

การเรียนแพทย์อินเตอร์ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร รวมถึงบางมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และในไทยหลายแห่ง เริ่มนำคะแนน UCAT มาใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกแทนการสอบเดิมอย่าง BMAT มากขึ้น ดังนั้นการทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบและเทคนิคการเตรียมตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเพิ่มโอกาสสอบติด บทความนี้พี่กริฟฟินจะพาไปเจาะลึกทั้งรูปแบบข้อสอบ UCAT พร้อมเทคนิคเตรียมตัวแบบครบจบในที่เดียว

 

UCAT สอบวันไหน ? เช็กตารางสอบ UCAT 2026 เพื่อความมั่นใจ

ต้องขออธิบายก่อนว่า UCAT คือ การสอบวัดความถนัดสำหรับคนที่สนใจเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ เนื้อหาการสอบจะวัดความถนัดด้านการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการประเมินสถานการณ์ที่จำเป็นต่อวิชาชีพแพทย์ โดยจะเปิดให้สอบระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 – 24 กันยายน 2026 โดยน้อง ๆ สามารถสมัครสอบ UCAT และเลือกวัน เวลา รวมถึงสถานที่สอบที่สะดวกได้ผ่านระบบออนไลน์ของ Pearson VUE ซึ่งข้อสอบนี้ในหนึ่งปีสามารถสอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงต้องวางแผนการสอบให้ดี

 

รู้จักกับโครงสร้างข้อสอบ UCAT มีสอบอะไรบ้าง ?

ปัจจุบันข้อสอบ UCAT จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก (Computer-based Test) มีเวลารวมในการสอบประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อประเมินทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นแพทย์ ดังนี้

1. Verbal Reasoning

ประเมินทักษะด้านการวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีพร้อมหาเหตุผลรองรับ แบ่งเป็น 44 ข้อ ให้เวลาทำ 21 นาที เกณฑ์คะแนนอยู่ระหว่าง 300-900 คะแนน

2. Decision Making

ประเมินทักษะด้านการตัดสินใจ การใช้วิจารณญาณ การควบคุมอารมณ์ ข้อสอบอาจมีกราฟ แผนภูมิ เพื่อช่วยให้วิเคราะห์ได้ดีขึ้น แบ่งเป็น 29 ข้อ ให้เวลาทำ 31 นาที เกณฑ์คะแนนอยู่ระหว่าง 300-900 คะแนน

3. Quantitative Reasoning

ประเมินทักษะด้านเหตุผลเชิงปริมาณ เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ แบ่งเป็น 36 ข้อ ให้เวลาทำ 25 นาที เกณฑ์คะแนนอยู่ระหว่าง 300-900 คะแนน สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้

4. Situational Judgement

ประเมินทักษะการตัดสินใจจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริง และวิธีจัดการอย่างเหมาะสม แบ่งเป็น 69 ข้อ ให้เวลาทำ 26 นาที เกณฑ์คะแนนแบ่งเป็น Band 1-4

 

UCAT คะแนนเต็มเท่าไหร่ ?

เป็นคำถามที่น้อง ๆ หลายคนสงสัยว่าคะแนน UCAT มีการคิดอย่างไร โดยคะแนนจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  • คะแนนส่วนความถนัด (Cognitive Subtests) : ประกอบด้วยพาร์ต Verbal, Decision และ Quantitative โดยแต่ละพาร์ตจะมีคะแนนอยู่ระหว่าง 300-900 คะแนน หากนับ 3 พาร์ตหลักคะแนนรวมสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2,700 คะแนน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะพิจารณาจากคะแนนรวมในส่วนนี้ร่วมกับเกณฑ์อื่น ๆ
  • คะแนนส่วนจริยธรรม (Situational Judgement) : ส่วนนี้จะไม่ได้ให้คะแนนเป็นตัวเลข แต่จะแบ่งระดับความเหมาะสมออกมาเป็น Band 1 ถึง Band 4
  • Band 1 : ดีเยี่ยม (แสดงทัศนคติที่ใกล้เคียงกับผู้เชี่ยวชาญ)
  • Band 2 : ดี
  • Band 3 : ปานกลาง
  • Band 4 : ต่ำกว่าเกณฑ์ (มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจไม่รับพิจารณาหากได้ Band นี้)

 

คะแนน UCAT ยื่นคณะแพทย์อินเตอร์ในไทยที่ไหนได้บ้าง ?

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในไทยบางแห่งเริ่มใช้คะแนน UCAT เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือก โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรร่วมกับต่างประเทศ เช่น

  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM)
  • หลักสูตรแพทยศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ (เช่น Nottingham)
  • หลักสูตรแพทย์อินเตอร์ในบางมหาวิทยาลัย

หมายเหตุ: เกณฑ์คะแนนและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ควรตรวจสอบจากประกาศทางการของแต่ละสถาบัน

 

แชร์ 5 เทคนิคเตรียมสอบ UCAT ให้คะแนนพุ่ง

น้อง ๆ ที่อยากให้ตนเองทำข้อสอบ UCAT ได้คะแนนสูงตรงตามที่คาดหวังไว้ พี่กริฟฟินก็มี 5 เทคนิคเตรียมสอบ UCAT มาฝากกัน สามารถนำไปปรับใช้ตามความถนัดของแต่ละคนได้เลย

1. เข้าใจครงสร้างข้อสอบและฝึกทำอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งแรกของการสอบ UCAT เพื่อให้ได้คะแนนดี ต้องเริ่มจากเข้าใจเนื้อหาก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องไหนบ้าง หาตัวอย่างข้อสอบ หรือข้อสอบเก่าปีก่อน ๆ มาฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เห็นถึงแนวทางข้อสอบมักออกสอบ แนะนำให้พยายามทำก่อนสอบจริง 2-3 เดือน หรือมากกว่านั้น รวมถึงศึกษาข้อมูลรอบตัวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ออกสอบจะช่วยได้เยอะมาก

2. ทดลองจับเวลาทำเสมือนสอบจริง

เมื่อเข้าใจแนวทางของข้อสอบแต่ละส่วนดีแล้ว ให้ปรับการฝึกของตนเองโดยต้องจับเวลาในแต่ละส่วนของการสอบเสมือนกำลังทำข้อสอบจริงอยู่ วิธีนี้จะช่วยให้น้อง ๆ รู้ว่าควรวางแผนทำข้อสอบอย่างไรให้ครบทุกข้อ ทันตามเวลาที่กำหนด สร้างความคุ้นชิน และยังช่วยลดความประหม่าเมื่อต้องสอบจริงอีกด้วย

3. วิเคราะห์ข้อผิดพลาดและพัฒนาจุดอ่อน

เป็นปกติที่การสอบ UCAT และการสอบทุกประเภท จะมีบางพาร์ต บางส่วนที่ตนเองไม่ถนัด หรือเป็นเรื่องยากสำหรับน้อง ๆ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งน่ากังวล เพราะเมื่อเห็นข้อผิดพลาดหรือจุดด้อยของตนเองในด้านไหนมากสุดก็ให้พยายามปรับแก้ไข พัฒนาศักยภาพ เพิ่มเติมความรู้ และฝึกทำข้อสอบเรื่องนั้นให้บ่อยขึ้น สร้างความคุ้นชิน และเพิ่มโอกาสทำคะแนนให้ดีขึ้น

4. มองหาตัวช่วยในการเพิ่มทักษะการทำข้อสอบ

อีกเทคนิคที่จะช่วยพิชิต UCAT และได้คะแนนตามที่คาดหวังต้องลองมองหาตัวช่วยเพื่อเพิ่มทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ หรือมีเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การสอบเป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งการเลือกติว UCAT คือวิธีที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะเลือกสถาบันที่มีประสบการณ์ จะมีคำแนะนำ หรือทริคลับ ทำให้ข้อสอบเป็นเรื่องง่ายขึ้น

5. เตรียมความพร้อมด้านอื่น ๆ ให้ครบถ้วน

นอกจากการฝึกทำข้อสอบ การแก้ไขจุดด้อยของตนเอง และการติวสอบ UCAT แล้ว อย่าลืมเตรียมด้านอื่น ๆ ของตนเองให้พร้อมสำหรับการสอบ เช่น วางแผนการเดินทางในวันสอบ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ไม่รบกวนกับระบบขับถ่าย จัดเตรียมเอกสาร วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในวันสอบให้ครบถ้วน เป็นต้น

 

เตรียมตัวสอบ UCAT ให้ผ่านฉลุยที่ House of Griffin

อย่างที่บอกไปว่าหนึ่งในเทคนิคสำคัญเพื่อช่วยเพิ่มทักษะ ความเข้าใจ และมีทริคดี ๆ สำหรับทำข้อสอบ UCAT นั่นคือการมีผู้ช่วยคนสำคัญ House of Griffin มีคอร์สติว UCAT ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจข้อสอบอย่างเป็นระบบ พร้อมฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง วิเคราะห์จุดอ่อน และวางแผนพัฒนาคะแนนอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยื่นแพทย์อินเตอร์และอยากเพิ่มโอกาสให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

Share this article