
| สรุปสั้น: สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี ? สอบแบบไหนที่เหมาะกับเรา ? การสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 4 วิธีหลัก ได้แก่
|
สำหรับใครกำลังมองหาเส้นทางลัดหรือทางเลือกในการคว้าวุฒิระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง วันนี้พี่กริฟฟินจะพาไปเจาะลึกว่าการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยและการเรียนเพื่อรับวุฒิเทียบเท่า มีกี่รูปแบบ เพื่อให้น้อง ๆ นำข้อมูลไปพิจารณาเลือกเส้นทางที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุดกัน
การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยคืออะไร ?
การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยคือ การเรียนหรือการสอบวัดระดับความรู้ในระบบอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากการเรียนในโรงเรียนระบบสามัญ (ม.4 – ม.6) โดยวุฒิการศึกษาจะต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ และ ทปอ. (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) ว่าเป็นวุฒิการศึกษาที่สามารถใช้เพื่อยื่นขอใบรับรองวุฒิการศึกษาในระดับเทียบเท่ากับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถนำไปใช้ยื่นสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ โดยจะมีทั้งการขอรับรองวุฒิการศึกษาของประเทศไทยและต่างประเทศ
ปัจจุบัน ทปอ. ได้ออกประกาศรับรองเกณฑ์การเทียบวุฒิการศึกษาในระบบต่างประเทศไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถยื่นวุฒิการศึกษาระบบต่างประเทศเพื่อเทียบวุฒิได้ทั้งในระบบอังกฤษ (IGCSE/A-Level), สหรัฐอเมริกา/แคนาดา (GED), นิวซีแลนด์ (NCEA), ออสเตรเลีย (SSCE), ระบบ IB และ BTEC
อ่านประกาศตัวเต็ม คลิก
สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยมีกี่วิธี ?
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น พี่กริฟฟินขอแบ่งการสอบเทียบออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ กลุ่มวุฒิการศึกษาของไทย และกลุ่มวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ดังนี้
กลุ่มวุฒิการศึกษาของไทย
สำหรับการสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวุฒิการศึกษาในระบบอื่น ๆ นอกเหนือไปจากสายการเรียนสามัญในภาคไทยมี 2 รูปแบบ ดังนี้
- กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)
เป็นระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทั้งผู้ที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย, อายุ, การเงิน และด้านอื่น ๆ ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสามารถเรียนได้ครบตามที่หลักสูตรกำหนด โดยเนื้อหาจะคล้ายกับการเรียนในสายสามัญ มีตั้งแต่หลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีเวลาและรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นหลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนออนไลน์ผ่าน EDU Online โดยผู้เรียนจำเป็นที่จะต้องลงเรียนเก็บหน่วยกิตให้ครบถ้วนและสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับวุฒิกศน. ตามระดับการศึกษาที่เลือกเรียน หากต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็จะต้องสอบให้ได้วุฒิ กศน. ในระดับมัธยมปลาย จึงจะสามารถนำเอาวุฒิไปยื่นสมัครเรียนต่อได้
- ปวช. (หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ)
เป็นการศึกษานอกระบบโรงเรียนสามัญที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่เรียนจบม.3 ได้ค้นหาตัวเองผ่านการเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาในสายอาชีพที่ตนเองสนใจผ่านการเรียนและฝึกประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน เมื่อเรียนจบระดับ ปวช.3 ก็จะได้วุฒิการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพซึ่งเทียบเท่ากับ ม.6 ในโรงเรียนสามัญ
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการเรียนต่อ ปวส. เพื่อต่อยอดการเรียนในสายอาชีพเดิมในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่อจบ ปวส. และต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็สามารถนำเอาวุฒิ ปวส. ไปยื่นสมัครเรียนได้ โดยที่บางมหาวิทยาลัยก็อนุญาตให้โอนย้ายหน่วยกิต ปวส. มาเทียบกับหน่วยกิตในระดับปริญญาตรีเพื่อประหยัดเวลาในการเรียน
กลุ่มวุฒิการศึกษาต่างประเทศ (ภาคอินเตอร์)
ในส่วนของการสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวุฒิการศึกษาในระบบต่างประเทศ หรือการเรียนในภาคอินเตอร์ก็มีตัวเลือกหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมและใช้ยื่นสมัครได้หลายมหาวิทยาลัย ได้แก่ GED และ IGCSE
- GED (General Educational Development)
GED คือ การสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอเมริกัน (US High School Equivalency Diploma) ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีการสอบเพียงแค่ 4 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (RLA – Reasoning Through Language Arts), คณิตศาสตร์ (Mathematical Reasoning), วิทยาศาสตร์ (Science) และสังคมศึกษา (Social Studies)
เมื่อสอบครบทั้ง 4 รายวิชาและได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับวุฒิ GED ทันที ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยก็ให้การยอมรับว่าวุฒิ GED นั้นมีระดับที่เทียบเท่ากับวุฒิมัธยมปลายในระบบปกติและสามารถยื่นขอเทียบวุฒิเพื่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งยังสามารถสมัครสอบและยื่นเทียบวุฒิได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำให้การสอบ GED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการนำเอาเวลานอกห้องเรียนไปค้นหาตัวเองหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ
หมายเหตุ : ผู้เข้าสอบที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องแนบเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองควบคู่ไปกับการสมัครสอบ
- IGCSE (A-Level)
IGCSE คือ ระบบการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของประเทศอังกฤษที่เปิดสอนในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยหลายแห่ง โดยผู้เรียนสามารถเลือกรายวิชาการเรียนเองได้อย่างอิสระจากตัวเลือกวิชาทั้งหมดกว่า 70 รายวิชา จาก 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (English Language and Literature), คณิตศาสตร์ (Mathematics), วิทยาศาสตร์ (Science), มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities & Social Science), ภาษา (Language) และทักษะวิชาชีพ (Creative, Technical and Vocational) โดยแบ่งการเรียนออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
- ช่วงที่ 1 : ระดับ IGCSE (เทียบเท่า ม.4) ผู้เรียนจะต้องทำการเลือกเรียนและสอบให้ผ่าน ขั้นต่ำ 5 รายวิชา จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การเรียนในระดับนี้
- ช่วงที่ 2 : ระดับ AS-Level (เทียบเท่า ม.5) เป็นการเลือกเรียนรายวิชาที่เจาะลึกขึ้น โดยผู้เรียนจะต้องลงเรียนและสอบให้ผ่านขั้นต่ำ 3 รายวิชา
- ช่วงที่ 3 : ระดับ A-Level (เทียบเท่า ม.6) เป็นระดับสูงสุดของมัธยมปลาย โดยจะต้องลงเรียนและสอบต่อเนื่องให้ผ่านขั้นต่ำ 3 รายวิชาเช่นเดียวกัน
เมื่อน้อง ๆ ลงเรียนและสอบผ่านครบตามเกณฑ์ที่กำหนดทั้ง 3 ช่วงแล้ว ก็จะได้รับวุฒิ A-Level ซึ่งสามารถนำไปยื่นขอเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) เพื่อสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเป้าหมายได้เลย
นอกจากนี้ ความพิเศษของการสอบเทียบระบบนี้คือ บางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใช้คะแนน AS/A-Level ยื่นแทนคะแนนสอบความถนัดเฉพาะทาง (เช่น วิชาคณิตศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์) ได้อีกด้วย
ตารางสรุปการสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย
| รูปแบบการเทียบวุฒิ | ระบบการศึกษา | สถานที่เรียน / รูปแบบการศึกษา | รายละเอียดวิชาที่เรียนและสอบ | การนำไปใช้ยื่นมหาวิทยาลัย |
| กศน. | ระบบไทย | เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่าน EDU Online | เนื้อหาคล้ายกับการเรียนการสอนในระบบสายสามัญปกติ | หลักสูตรไทย |
| ปวช. | สถาบันอาชีวศึกษา | เน้นการลงมือปฏิบัติจริงในสายอาชีพที่เลือกเรียน | ||
| GED | ระบบอินเตอร์ (สหรัฐอเมริกา) | เรียนรู้ด้วยตัวเอง (Homeschool) หรือเรียนกับสถาบันกวดวิชา | สอบเพียง 4 วิชา ได้แก่: • Math • Science • Social Studies • Reasoning Through Language Arts (RLA) | หลักสูตรไท /อินเตอร์ และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ |
| IGCSE (A-Level) | ระบบอินเตอร์ (อังกฤษ) | โรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษ หรือเรียนกับสถาบันกวดวิชา | เลือกเรียนได้อย่างอิสระจาก กว่า 70 รายวิชา ใน 6 กลุ่ม ได้แก่: • English Language and Literature • Mathematics • Science • Humanities & Social Science • Language • Creative, Technical and Vocational | หลักสูตรไทย/อินเตอร์ และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ (อังกฤษและทั่วโลก) |
การสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยแบบไหนเหมาะกับใคร ?
จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นว่าการสอบเทียบแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นที่ต่างกันออกไปให้น้อง ๆ ได้พิจารณาและเลือกวิธีการสอบเทียบที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่พี่กริฟฟินก็ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
- กศน. : เหมาะกับคนที่มีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถลงเรียนตามระบบปกติได้และอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
- ปวช. : เหมาะกับคนที่มีความสนใจในสายอาชีพแบบชัดเจน อยากเรียนควบคู่กับการทำงาน และต่อยอดการเรียนมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทย
- GED : เหมาะกับคนที่เรียน Homeschool หรือคนที่อยากรีบเรียนจบและได้วุฒิเร็ว เพื่อเอาเวลาไปค้นหาตัวเองนอกห้องเรียนและต่อยอดการเรียนในหลักสูตรไทยหรืออินเตอร์ รวมทั้งยังยื่นสมัครเรียนต่อต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา)
- IGCSE (A-Level) : เหมาะกับทั้งคนที่ต้องการจัดตารางและรายวิชาการเรียนด้วยตัวเอง ได้เลือกเรียนในสิ่งที่ชื่นชอบและต่อยอดการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในหลักสูตรไทยหรืออินเตอร์ และเลือกเรียนต่อต่างประเทศ (อังกฤษ)
อยากสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยควรเริ่มอย่างไร ?
หากยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก็ขอแนะนำให้น้อง ๆ ลองตั้งเป้าหมายในการเรียน ว่าเราอยากเข้าคณะอะไร มหาวิทยาลัยไหน โดยอาจเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่าชอบ/ไม่ชอบเรียนในวิชาไหน หรือทำเกรดในวิชาไหนได้ดีและอยากจะประกอบอาชีพอะไรในอนาคต จากนั้นให้เข้าไปศึกษาเกณฑ์การรับสมัครของคณะนั้น ๆ ว่ายอมรับวุฒิแบบไหนบ้าง
โดยส่วนใหญ่แล้ววุฒิ GED และ IGCSE (A-Level) จะสามารถใช้ยื่นเรียนในหลักสูตรไทยและอินเตอร์ได้เกือบทุกหลักสูตร (ยกเว้นบางคณะที่มีการระบุชัดเจน) ซึ่งถ้าน้องคนไหนสนใจอยากสอบเทียบ GED หรือ IGCSE (A-Level) แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี สามารถทักมาปรึกษากับพี่กริฟฟินเพื่อขอรับคำแนะนำในการวางแผนการเรียนและติวสอบ ไปจนถึงการรับวุฒิและยื่นเทียบวุฒิเพื่อเรียนต่อได้เลย
